คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 151/2551
หลักกฎหมาย
ส. กับ ม. ซึ่งเป็นทายาทของ ก. เอาเงินจำเลยไปคนละ 7,000 บาท แล้วบุคคลทั้งสองตกลงยกทรัพย์มรดกของ ก. ส่วนของตนตีใช้หนี้แก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทของ ก. เช่นกัน ถือได้ว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง สามารถใช้บังคับกันได้โดยไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า นางแก่นกับนายอ่อน นามวิชัย อยู่กินฉันสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกัน 6 คน ได้แก่ นางเปลี่ยน นายสอน นายเสาร์ จำเลย นายเสริม และนายทองสา โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรของนายเสาร์กับนางหนูเพียร นามวิชัย ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน 6 คน โดยนายเสาร์ให้การรับรองบุตรทุกคน ให้การอุปการะเลี้ยงดู และให้ใช้นามสกุล โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรของนายเสริมกับนางหนูจันทร์ นามวิชัย ซึ่งจดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน 4 คน นายเสาร์และนายเสริมถึงแก่ความตายแล้ว โจทก์ทั้งสองจึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกแทนที่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2515 นางแก่นถึงแก่ความตายด้วยโรคชรา โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ขณะนางแก่นยังมีชีวิตอยู่มีที่ดิน 5 แปลง และมีทรัพย์สินอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากซึ่งรวมถึงที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 3 หน้า 32 สารบบ หมู่ที่ 5 หน้า 158 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดยโสธร) ต่อมาจำเลยขอออกเป็นโฉนดเลขที่ 29763 เล่ม 298 หน้า 65 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 24 ตารางวา ทายาทได้ตกลงครอบครองทรัพย์มรดกของนางแก่นเป็นส่วนสัดของตนเอง โดยโจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 3 หน้า 32 สารบบ หมู่ที่ 5 หน้า 158 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดอุบลราชธานี และตกลงจะแบ่งปันในภายหลังเมื่อที่ดินแปลงดังกล่าวได้ออกเป็นโฉนดที่ดินแล้ว ทายาททุกคนยินยอมให้จำเลยเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางแก่นเพื่อความสะดวกในการยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอออกโฉนดที่ดินและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2534 หลังจากนั้นจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการโอนที่ดินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยครอบครองอยู่ให้แก่นายทองสา นามวิชัย 5 ไร่ และนางเปลี่ยน พรมหูต ส่วนที่ดินแปลงอื่นได้โอนมาเป็นของตนเองแต่ผู้เดียว โจทก์ทั้งสองขอแบ่งปันทรัพย์มรดกจากจำเลยในฐานะทายาทผู้ได้รับมรดกแทนที่ จำเลยบ่ายเบี่ยงอ้างว่าอยู่ในระหว่างการขอออกโฉนด ต่อมาโจทก์ทั้งสองได้ไปตรวจสอบสารบบที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดยโสธร สาขามหาชนะชัย จึงทราบว่าที่ดินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยครอบครองอยู่ได้ออกโฉนดเรียบร้อยแล้ว โจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยแบ่งปันที่ดินดังกล่าว จำเลยปฏิเสธและไม่ยอมให้โจทก์ทั้งสองเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป อ้างว่านายเสาร์บิดาโจทก์ที่ 1 ขณะมีชีวิตได้มาขอเงินจำเลยและขอสละสิทธิในการรับมรดกของนางแก่นเจ้ามรดกซึ่งไม่เป็นความจริง ขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการแบ่งปันที่ดินโฉนดเลขที่ 29763 หน้า 65 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ให้แก่โจทก์ทั้งสอง 2 ใน 5 ส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบุตรของนายอ่อนและนางแก่น นามวิชัย นางแก่นถึงแก่ความตายเมื่อประมาณปี 2515 และถึงแก่ความตายก่อนบิดาโจทก์ทั้งสองประมาณ 10 ปีเศษ โจทก์ทั้งสองจึงไม่อยู่ในฐานะผู้มีสิทธิรับมรดกแทนที่ของบิดาตนเองก่อนที่นางแก่นถึงแก่ความตาย นายเสาร์บิดาโจทก์ที่ 1 ได้ขอเงินจากจำเลย 6,000 บาท เพื่อนำไปไถ่ถอนที่นาของนางคำตาเนื้อที่ 6 ไร่ ที่นำไปจำนองไว้หลังจากนางแก่นถึงแก่ความตาย นายเสาร์ได้มาขอเงินจำเลยอีก 1,000 บาท เพื่อนำไปซื้อที่นาโนนหนองแฝกจากนางเสียง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เมื่อรับเงินแล้วนายเสาร์บอกว่าไม่ประสงค์จะขอรับมรดกของนางแก่นและยกให้จำเลย หลังจากนางแก่นถึงแก่ความตายนายเสาร์ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวในทรัพย์มรดกของนางแก่นเลย สำหรับนายเสริมบิดาโจทก์ที่ 2 นั้น นายเสริมได้มาขอเงินจากจำเลย 7,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดีในศาลเนื่องจากมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับนางหมุน และนายเสริมแจ้งว่าขอยกมรดกของนางแก่นให้จำเลย นายเสริมไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดกนั้น โดยมีการแบ่งทรัพย์มรดกเฉพาะส่วนของนางเปลี่ยนกับนายทองสาเท่านั้น บางปีลูกหลานของจำเลยขอเข้าทำกินเพราะที่นาแปลงอื่นถูกน้ำท่วม จำเลยก็อนุญาตให้ทำกินประมาณ 1 ถึง 2 ไร่ หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ปัจจุบันที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงไม่ใช่มรดกที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องขอแบ่งได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 29763 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ให้แก่โจทก์ที่ 1 เนื้อที่ 2 งาน 97.5 ตารางวา และโจทก์ที่ 2 เนื้อที่ 1 ไร่ 46.2 ตารางวา หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง