ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537

ฎีกาที่ 1518/2537

หลักกฎหมาย

จำเลยเป็นตัวแทนเรือ มีหน้าที่ต้องตรวจดูชื่อผู้รับสินค้าพิพาทจากเอกสารต่าง ๆ ให้ละเอียดแล้วจึงแจ้งระบุชื่อผู้รับสินค้าในบัญชีสินค้าให้ถูกต้องตรงกับใบตราส่ง ซึ่งจำเลยในฐานะตัวแทนเรือสามารถตรวจตราก่อนได้ แต่หาได้ปฏิบัติไม่กลับแจ้งระบุชื่อผู้รับสินค้าพิพาทผิดไปจากใบตราส่งโดยไม่ใช้ความระมัดระวังอันสมควรเป็นเหตุให้ พ. ออกสินค้าจากท่าเรือให้โจทก์ช้าไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำโดยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาค่าเสียหายของโจทก์ว่ามีเพียงใด แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นประเด็นในคดีและจำเลยอ้างในคำแก้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยไปทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดโจทก์มอบอำนาจให้นายวิชัย วิปัสสนาธรรม ดำเนินคดี โจทก์ได้รับอนุญาตให้สั่งซื้อสินค้ากากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1,000 ตันและโจทก์ได้ทำสัญญาขายกากถั่วเหลืองให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยไว้ล่วงหน้ารวม 3 ราย โดยโจทก์ได้รับเงินมัดจำไว้แล้วรายละ100,000 บาท สัญญาจะส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้ผู้ซื้อภายใน 5 วันนับจากวันที่เรือบรรทุกสินค้าได้เทียบท่าเรือกรุงเทพมหานครมิฉะนั้นโจทก์จะต้องเสียค่าปรับให้แก่ผู้ซื้อวันที่ 10,000 บาทและถ้าไม่สามารถส่งมอบสินค้าภายใน 10 วัน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากบริษัทในฮ่องกง สินค้าจะนำเข้ามาทางเรือโดยกำหนดถึงท่าเรือกรุงเทพมหานครวันที่ 4 เมษายน2529 จำเลยเป็นตัวแทนเรือในประเทศไทย มีหน้าที่ทำรายงานอันถูกต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจะนำสินค้าดังกล่าวของโจทก์ออกจากเรือขึ้นท่าโดยรวดเร็ว แต่เมื่อระหว่างที่เรือจะเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพมหานคร จำเลยทำรายงานยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อแทนที่จะระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับตราส่งกลับระบุชื่อบริษัทพัฒนายนต์ชลบุรี จำกัด เป็นผู้รับตราส่งอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถรับสินค้าภายในเวลาปกติได้เป็นเหตุให้ผู้ซื้อ 3 ราย ดังกล่าวบอกเลิกสัญญา โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นค่าเช่าเรือลำเลียง ค่าเช่าโกดังเก็บสินค้า ค่าปรับตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ 3 ราย และค่าขายสินค้าได้ราคาต่ำกว่าราคาที่ขายให้ผู้ซื้อเดิม รวมเป็นเงิน 701,500 บาท นอกเหนือจากที่ต้องคืนเงินมัดจำให้ผู้ซื้อเดิม โจทก์ทราบว่าจำเลยละเมิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529 โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 701,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทไชน่าโอเชี่ยนชิปปิ้ง จำกัด มีหน้าที่ในการจัดทำเอกสารให้แก่ผู้รับสินค้าในประเทศไทย จำเลยไม่ได้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหรือเป็นผู้รับขนส่งสินค้าทางทะเลจากโจทก์และไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์การจัดทำเอกสารการรับสินค้าพิพาทโดยระบุชื่อบริษัทพัฒนายนต์ชลบุรีจำกัด เป็นผู้รับสินค้า จำเลยจัดทำตามที่บริษัท พี เอ็น วีธุรกิจและบริการ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนโจทก์แจ้งให้จำเลยทราบและจัดทำตามความประสงค์ของโจทก์ ทั้งได้ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้โจทก์รับไปโดยมิได้โต้แย้งตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2529 แล้วซึ่งโจทก์ก็ได้นำเอกสารไปรับสินค้าพิพาทจากเรือเฟง ฮาง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2529 การที่โจทก์ไม่สามารถนำสินค้าพิพาทออกจากเรือได้นั้นไม่ใช่เป็นความผิดของจำเลย โจทก์มิได้เสียหายตามฟ้องทั้งโจทก์มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 701,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น โจทก์มีนายวิชัย วิปัสสนาธรรม พนักงานโจทก์นายสุรพล ดวงหิรัญวิมล นิติกรกองคดี กรมศุลกากร และนายประภาสชัยวัฒนายน ผู้จัดการบริษัท พี เอ็น วี ธุรกิจและบริการ จำกัดเป็นพยานเบิกความสรุปได้ว่า เมื่อโจทก์ได้รับใบตราส่งและใบกำกับสินค้าจากธนาคาร โจทก์ได้มอบให้บริษัท พี เอ็น วีธุรกิจและบริการ จำกัด รับไปดำเนินพิธีการทางศุลกากรออกสินค้าพิพาทให้แก่โจทก์ บริษัท พี เอ็น วี ธุรกิจและบริการ จำกัดได้ส่งมอบใบตราส่งซึ่งธนาคารได้สลักหลังระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับสินค้าและใบกำกับสินค้าให้แก่จำเลย จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนเรือเป็นผู้แจ้งบัญชีสินค้าสำหรับเรือต้องระบุชื่อผู้รับสินค้าพิพาทให้ตรงกับใบตราส่ง แต่จำเลยได้แจ้งระบุชื่อผู้รับสินค้าในบัญชีสินค้าสำหรับเรือผิดไปจากใบตราส่ง ทำให้บริษัท พี เอ็น วีธุรกิจและบริการ จำกัด ออกสินค้าพิพาทจากท่าเรือให้โจทก์ช้าไปส่วนจำเลยนำสืบอ้างว่า จำเลยได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพนักงานของบริษัท พี เอ็น วี ธุรกิจและบริการ จำกัด ตัวแทนโจทก์ว่าผู้รับสินค้าพิพาทคือบริษัทพัฒนายนต์ชลบุรี จำกัด โดยยังไม่ได้รับใบตราส่งจำเลยเชื่อตามที่ได้รับแจ้งเพราะบริษัทพัฒนายนต์ชลบุรีจำกัด เคยสั่งสินค้ากากถั่วเหลืองเข้ามา โดยมีบริษัท พี เอ็น วีธุรกิจและบริการ จำกัด เป็นตัวแทนในการรับสินค้า และเป็นลูกค้าของจำเลยมานานแล้ว จำเลยจึงได้แจ้งระบุชื่อผู้รับสินค้าในบัญชีสินค้าสำหรับเรือว่าเป็นบริษัทพัฒนายนต์ชลบุรี จำกัด เห็นว่าตามที่โจทก์นำสืบมาน่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2537 · ทนอย Thanoy