ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 1524/2551

หลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดอาญา ได้พบเห็น ส. กับพวกเล่นการพนันชนไก่อันเป็นความผิดอาญา จำเลยมีหน้าที่ต้องทำการจับกุมผู้กระทำความผิด แต่กลับไม่ทำการจับกุมและเรียกรับเงินจำนวน 1,500 บาท จาก ส. เพื่อจะไม่จับกุมตามหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2540 เวลากลางวัน จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ตรวจพบนายสมาน แสงกล้า นายบุญสอนหรือสอน หมุ่ยศรี กับพวกร่วมกันเล่นการพนันชนไก่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน อันเป็นการพบการการกระทำความผิดซึ่งหน้า ซึ่งจำเลยต้องจับกุมนายสมานกับพวกดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวนตามอำนาจหน้าที่เจ้าพนักงานตำรวจ แต่จำเลยไม่จับกุม กลับเรียกและรับเงิน 1,500 บาท จากนายสมานโดยมิชอบเพื่อไม่จับกุมนายสมานกับพวกดังกล่าวและให้เล่นการพนันชนไก่ต่อไปได้ อันเป็นการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายสมาน นายบุญสอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 90 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 124/2548 ที่ 125/2548 และที่ 318/2548 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ลงโทษจำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่น ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม มีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดอาญา เดินทางไปที่เกิดเหตุพบนายสาน แสงกล้า และพวกชาวบ้านกำลังจะเล่นการพนันชนไก่เอาทรัพย์สินกัน จำเลยจึงเข้าไปพูดคุยกับนายสมาน ต่อมาในวันเดียวกันเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่นได้เข้ามาทำการจับกุมนายบุญสอนหรือสอน หมุ่ยศรี กับพวกรวม 19 คน ซึ่งเล่นการพนันชนไก่อยู่ในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นนายสมานร้องเรียนจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยเรียกและรับเงิน 1,500 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายสมานและนายบุญสอนมาเบิกความเป็นพยาน นายสมานเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 9 นาฬิกา ขณะที่พยาน นายบุญสอนและพวกชาวบ้านประมาณ 30 คน กำลังจะเล่นการพนันชนไก่เอาทรัพย์สินกันโดยเอาไก่ชนมาเปรียบกันได้มีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่น จำชื่อและนามสกุลไม่ได้เข้ามาห้ามไม่ให้ชนไก่เพราะไม่ได้รับอนุญาตห้ามแล้วเจ้าพนักงานตำรวจก็กลับไป จากนั้นสักครู่หนึ่งจำเลยได้มาพบกับพยานซึ่งยืนอยู่ใกล้กับนายบุญสอนแล้วจำเลยบอกพยานว่าถ้าหากพยานกับพวกจะเล่นการพนันชนไก่กันต่อไปก็ให้นำเงินจำนวน 1,500 บาทมาให้จำเลย จำเลยจะเอาไปให้นายและจำเลยจะให้เล่นการพนันชนไก่กันต่อไปได้ พยานตกลงจะให้เงินแก่จำเลย แต่ขณะนั้นไม่มีเงิน จึงไปขอยืมเงินจากนายบุญสอนมามอบให้จำเลย จำเลยรับเงินไปแล้วก็ออกไป ส่วนพยานกับพวกได้เล่นการพนันชนไก่กันไปจนกระทั่งเวลาประมาณ 16 นาฬิกา จึงมีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอน้ำขุ่นเข้ามาจับกุมพยานกับพวกแต่พยานหลบหนีไปได้ ส่วนนายบุญสอนเบิกความว่า หลังจากมีเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาห้ามพยานกับพวกชาวบ้านไม่ให้เล่นการพนันชนไก่แล้ว พยานกับพวกก็จะเลิกชนไก่ แต่มีจำเลยเข้ามายังที่เกิดเหตุและเดินเข้าไปพูดคุยกับนายสมานซึ่งอยู่ห่างจากพยานประมาณ 2 ถึง 3 เมตร แต่พยานไม่ได้ยินว่าพูดคุยอะไรกัน ต่อมาสักครู่หนึ่งนายสมานได้เดินมาหาพยานและพูดขอยืมเงิน 1,500 บาท จากพยานโจทก์บอกว่าจะเอาไปให้จำเลยแล้วจำเลยจะให้เล่นการพนันชนไก่กันต่อไป พยานจึงให้เงินเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 15 ฉบับ แก่นายสมาน นายสมานเดินกลับไปหาจำเลยและมอบเงินดังกล่าวให้แก่จำเลย ต่อจากนั้นพยานกับพวกได้เล่นการพนันชนไก่กันต่อจนถึงเวลาประมาณ 16 นาฬิกา จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองเบิกความยืนยันเหตุการณ์ตั้งแต่แรกก่อนที่จำเลยจะเข้ามายังที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ตอนที่จำเลยเข้ามาพูดคุยกันนายสมานแล้วนายสมานไปขอยืมเงินจากนายบุญสอนนำไปมอบให้จำเลย รวมทั้งเหตุการณ์ภายหลังจากจำเลยรับเงินไปแล้วจนถึงตอนที่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาจับกุมได้สอดคล้องต้องกันในข้อสาระสำคัญ แม้จะมีข้อแตกต่างกันไปบ้างเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างจุดที่นายสมานพูดคุยกับจำเลยกับบริเวณที่เล่นการพนันชนไก่ ซึ่งนายสมานเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ห่างกันประมาณ 11 ถึง 12 เมตร แต่นายบุญสอนเบิกความว่าห่างกันประมาณ 2 ถึง 3 เมตร หรือในข้อที่ว่าก่อนเกิดเหตุที่หมู่บ้านของพยานทั้งสองเคยจัดให้ม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2551 · ทนอย Thanoy