ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2548

ฎีกาที่ 1529/2548

หลักกฎหมาย

บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด และจำเลย เป็นบริษัทในเครือเดียวกันแต่จดทะเบียนแยกต่างหากคนละประเทศกัน โจทก์เคยทำงานในบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด ต่อมาโจทก์ได้รับการโอนย้ายมาทำงานกับจำเลย จากนั้นโจทก์ก็ได้รับการโอนย้ายมาทำงานในบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด โดยโจทก์ได้ลงลายมือชื่อยอมรับข้อเสนอการจ้างงานตามหนังสือแจ้งการโอนย้ายดังกล่าว ซึ่งในหนังสือมีข้อความระบุถึงสถานที่ทำงาน ตำแหน่งงานของโจทก์ รวมทั้งเงินเดือน เงินโบนัส เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักอาศัย วันลาพักผ่อนประจำปี สวัสดิการอื่น การบอกเลิกสัญญาจ้างและอื่น ๆ หนังสือนี้จึงเป็นสัญญาจ้างแรงงานระหว่างบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด กับโจทก์ ดังนั้น บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด จึงเป็นนายจ้างของโจทก์ แม้ว่าบริษัทดังกล่าวทั้งสามจะเป็นบริษัทลูกซึ่งมีบริษัทแม่เดียวกัน แต่เมื่อต่างเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน ย่อมมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดแยกต่างหากจากกัน เมื่อบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ จึงเป็นกรณีที่บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ในฐานะนายจ้างบอกเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างในขณะที่โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย ทั้งยังไม่มีข้อความหรือข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานใดว่า บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้กระทำการแทนจำเลย จึงถือไม่ได้ว่า บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้เลิกจ้างโจทก์แทนจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยได้บอกเลิกจ้างโจทก์ โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงิน 91,344,871.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของค่าชดเชยและค่าชดเชยพิเศษนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและเงินเพิ่มร้อยละ 15 ต่อปีของค่าชดเชยและค่าชดเชยพิเศษทุกระยะเจ็ดวันนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด เป็นผู้บอกเลิกจ้าง โจทก์จึงมิใช่ลูกจ้างของจำเลย ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าง ๆ ตามฟ้องจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2541 บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด ได้มีหนังสือเสนอรับโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาวันที่ 15 กันยายน 2543 สำนักงานผู้แทนเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน ประจำประเทศไทย ได้มีหนังสือถึงโจทก์แจ้งยืนยันการโอนย้ายโจทก์ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานผู้แทนเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน ประจำประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2543 ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม 2544 บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีหนังสือถึงโจทก์ เรื่อง การให้ความยินยอมต่อการโอนย้ายการจ้างงานจากสำนักงานผู้แทนเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน ประจำประเทศไทย ไปยังบริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ประเทศไทย) จำกัด ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้มีหนังสือถึงโจทก์แจ้งยืนยันการโอนย้ายไปปฏิบัติงาน ณ บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด โดยกำหนดวันโอนย้ายวันที่ 1 ธันวาคม 2544 ซึ่งโจทก์ได้ลงลายมือชื่อยอมรับข้อเสนอการจ้างงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2544 ระหว่างที่โจทก์ทำงานกับบริษัทดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2544 โจทก์ได้รับค่าจ้างจากบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2544 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 โจทก์ได้รับค่าจ้างจากจำเลย ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2544 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2545 ต่อจากนั้นโจทก์ได้รับค่าจ้างจากบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด บริษัททั้งสาม คือ บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด จำเลย และบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด เป็นบริษัทในเครือเดียวกันแต่จดทะเบียนแยกต่างหากคนละประเทศ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2545 บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยในขณะที่โจทก์ถูกเลิกจ้างหรือไม่ และบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์แทนจำเลยหรือไม่ เห็นว่า บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ได้มีหนังสือแจ้งการโอนย้ายโจทก์จากจำเลยไปปฏิบัติงาน ณ บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด และโจทก์ลงลายมือชื่อตกลงยอมรับข้อเสนอการจ้างงานตามหนังสือแจ้งการโอนย้ายดังกล่าว เมื่อเอกสารดังกล่าวมีข้อความระบุถึงสถานที่ทำงาน ตำแหน่งงานของโจทก์ รวมทั้งเงินเดือน เงินโบนัส เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักอาศัย วันลาพักผ่อนประจำปี สวัสดิการอื่น การบอกเลิกสัญญาจ้าง และอื่น ๆ เอกสารนั้นจึงเป็นสัญญาจ้างแรงงานระหว่างบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด กับโจทก์ และโจทก์ได้รับค่าจ้างจากบริษัท เครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2544 เป็นต้นมา ดังนั้น บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด จึงเป็นนายจ้างของโจทก์ เมื่อบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2545 จึงเป็นกรณีที่บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ในฐานะนายจ้างบอกเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างในขณะที่โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย แม้ว่าบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (ฮ่องกง) จำกัด บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด และจำเลยจะเป็นบริษัทลูกซึ่งมีบริษัทแม่คือ บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสมาพันธรัฐสวิส และบริษัทดังกล่าวดำเนินการให้บริการแก่ลูกค้าร่วมกัน แต่เมื่อบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด และจำเลยเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันในทางกฎหมาย บริษัทเครดิต สวิส เฟิร์สท์ บอสตัน (สิงคโปร์) จำกัด ย่อมมีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดในทรัพย์สินและหนี้สินแยกต่างหากจากจำเล
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2548 · ทนอย Thanoy