คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2556
ฎีกาที่ 15502/2556
หลักกฎหมาย
ผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากผู้ขนส่งตามสัญญารับขนของทางทะเลเนื่องจากสินค้าที่ขนส่งสูญหาย เสียหาย หรือมีการส่งมอบชักช้านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่สัญญากับผู้ขนส่งเสมอไป ผู้ทรงใบตราส่งโดยชอบจึงย่อมเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากผู้ขนส่งได้ ดังนั้น แม้โจทก์จะได้ส่งมอบใบตราส่งซึ่งระบุชื่อผู้ซื้อเป็นผู้รับตราส่งให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แต่ก็ปรากฏตามใบตราส่งว่ามีการลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัท ฮ. ผู้มีชื่อเป็นผู้รับตราส่งที่ด้านหลังใบตราส่งและไม่ได้เวนคืนใบตราส่งแก่จำเลย แต่ได้ส่งมอบใบตราส่งนั้นให้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ซื้อได้มีการสลักหลังลอยลงในใบตราส่งโอนสิทธิตามใบตราส่งนั้นให้แก่โจทก์ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ทรงใบตราส่งโดยชอบแล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยผู้ขนส่งได้ไม่ว่าโจทก์จะเป็นคู่สัญญาในสัญญารับขนของทางทะเลหรือไม่ก็ตาม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 36 เป็นเรื่องที่ผู้ส่งของสั่งผู้ขนส่งให้งดการส่งของ ส่งกลับคืนมา ระงับการส่งมอบแก่ผู้รับตราส่ง หรือจัดการของนั้นเป็นประการอื่นใดก่อนจะขนส่งออกไปถึงท่าปลายทางหรือก่อนจะส่งมอบของแก่ผู้รับตราส่ง ซึ่งผู้ส่งของต้องเวนคืนใบตราส่งทั้งหมดแก่ผู้ขนส่ง เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในการขนส่งตามสัญญาที่ระบุในใบตราส่งอันถือเป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเล การใช้สิทธิของผู้ส่งของตามมาตรา 36 นี้ ผู้ส่งของต้องยังเป็นผู้ยึดถือครอบครองใบตราส่งอยู่ มิฉะนั้นก็ไม่อาจจะมีใบตราส่งเวนคืนแก่ผู้ขนส่งได้ มาตรา 36 ไม่ได้ใช้บังคับในกรณีที่โจทก์ในฐานะผู้ทรงใบตราส่งจะใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายเนื่องจากการที่ของหรือสินค้าที่ขนส่งสูญหายซึ่งปรากฏเมื่อเรือที่ขนส่งสินค้าถึงปลายทางแล้วอย่างในคดีนี้ การใช้สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่อยู่ในบังคับบทบัญญัติมาตรา 36 ที่ต้องเวนคืนใบตราส่งทั้งหมดที่ออกให้แก่กันไว้แก่ผู้ขนส่ง โจทก์ผู้ส่งของได้ส่งมอบสินค้าที่ขนส่งแก่จำเลยหรือตัวแทนของจำเลยครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเรือที่ขนส่งสินค้าถึงปลายทางปรากฏว่าสินค้าสูญหายไปทั้งหมด ถือว่าเหตุแห่งการเสียหายของสินค้าเกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยผู้ขนส่งหรือตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลย และไม่ปรากฏเหตุตามมาตรา 51 ถึงมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ที่เป็นเหตุยกเว้นความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ขนส่ง จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ผู้ทรงใบตราส่ง ตามมาตรา 39 และ 43 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว การรับขนส่งสินค้าของจำเลยเป็นแบบ "CFS/CFS" ที่จำเลยมีหน้าที่นำสินค้าเข้าบรรจุในตู้สินค้า และสินค้าตามคำฟ้องมีจำนวนน้อย มีโอกาสที่จะมีการบรรจุสินค้าของบุคคลอื่นอีกจำนวนมากที่นำเข้ารวมไว้ในตู้สินค้านี้ ความผิดพลาดในการบรรจุสินค้าเข้าตู้สินค้าจึงอาจเกิดขึ้นได้ การไม่ได้นำสินค้าบรรจุเข้าตู้สินค้าจึงถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยหรือตัวแทนซึ่งจำเลยในฐานะผู้ขนส่งต้องรับผิด แต่เมื่อตามพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นใดที่แสดงว่าจำเลยหรือตัวแทนมีพฤติการณ์อื่นใดที่ถึงขนาดเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันจะรับฟังได้ว่า เป็นการละเลยหรือไม่เอาใจใส่ในการดูแลรักษาสินค้าที่ขนส่ง จึงไม่อาจถือได้ว่าการสูญหายของสินค้าที่ขนส่งเป็นผลมาจากการละเลยหรือไม่เอาใจใส่ของจำเลยหรือตัวแทนทั้งที่รู้ว่าการสูญหายของสินค้าอาจเกิดขึ้นได้ ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 60 (1) ความรับผิดของจำเลยจึงอยู่ในบังคับของมาตรา 58 จำเลยจึงรับผิดต่อโจทก์เพียงจำนวนเงินตามข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่ง กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดคือนับแต่วันที่ล่วงเลยกำหนดเวลาที่จำเลยควรส่งมอบสินค้า
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,097,788.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,037,258 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทฮันจินชิปปิ้ง จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม โดยอ้างว่าหากจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์แล้ว จำเลยมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บริษัทดังกล่าวได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต และให้หมายเรียกบริษัทฮันจินชิปปิ้ง จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) จำเลยร่วมให้การ ขอให้ยกฟ้องในส่วนของจำเลยร่วม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,037,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 มีนาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยร่วมให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนนี้ให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ผู้ขายกับบริษัทฮานส์เครมล์ฮานส์เทคนิค จีเอ็มบีเอช ผู้ซื้อตกลงใช้เงื่อนไขเอฟโอบีอันเป็นเงื่อนไขของอินโคเทอมส์ (Incoterms) เป็นข้อตกลงในการซื้อขายสินค้าตามคำฟ้องนั้น เป็นเรื่องข้อตกลงในการซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายตามสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่ข้อตกลงระหว่างผู้ขนส่งกับผู้ส่งของตามสัญญารับขนส่งสินค้า แม้ว่าเงื่อนไขเอฟโอบีตามปกติจะกำหนดให้ผู้ซื้อมีหน้าที่จัดหาผู้ขนส่ง เข้าทำสัญญาขนส่งสินค้ากับผู้ขนส่ง และเป็นผู้รับผิดชอบในค่าระวางการขนส่งตามที่จำเลยนำสืบก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติผู้ซื้อและผู้ขายอาจมีข้อตกลงเพิ่มเติมแตกต่างจากเงื่อนไขเอฟโอบีตามปกติก็เป็นได้ ขึ้นกับความประสงค์ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย บางกรณีผู้ซื้อและผู้ขายอาจใช้เงื่อนไขต่าง ๆ ตามอินโคเทอมส์เพียงเพื่อกำหนดราคาสินค้าและภาระค่าใช้จ่ายระหว่างกันเท่านั้น หรือแม้เหตุที่สินค้าที่ซื้อขายสูญหายหรือเสียหายจะเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งและความเสี่ยงภัยจะตกอยู่แก่ผู้ซื้อตามเงื่อนไขเอฟโอบี ตามปกติแล้วก็ตาม แต่ผู้ซื้อและผู้ขายก็อาจตกลงกันภายหลังจากที่สินค้าที่ซื้อขายสูญหายหรือเสียหายโดยให้การสูญหายหรือเสียหายนี้ตกเป็นพับแก่ผู้ขายได้เช่นกัน เป็นเรื่องความตกลงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อดังกล่าวแล้วข้างต้น ไม่เกี่ยวกับจำเลยผู้ขนส่งโดยตรง อย่างไรก็ตามไม่ว่าความตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายจะเป็นอย่างไรการใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากผู้ขนส่งตามสัญญารับขนของทางทะเลเนื่องจากสินค้าที่ขนส่งสูญหาย เสียหายหรือมีการส่งมอบชักช้านั้น ผู้มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเรียกร้องไม่จำเป็นต้องเป็นคู่สัญญากับผู้ขนส่งเสมอไป โดยเฉพาะในการรับขนของทางทะเลที่มีการออกใบตราส่ง เพราะใบตราส่งถือเป็นใบรับสินค้า เป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเล และเป็นเอกสารสิทธิในสินค้าที่ขนส่ง ตามความหมายในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 และการที่ใบตราส่งตามปกติถือเป็นเอกสารสิทธิในสินค้าที่ขนส่งซึ่งสามารถโอนเปลี่ยนมือได้โดยวิธีการสลักหลังและส่งมอบ ผู้ทรงใบตราส่งโดยชอบจึงย่อมเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากผู้ขนส่งได้ ดังนั้น แม้โจทก์จะได้ส่งมอบใบตราส่ง ซึ่งระบุชื่อผู้ซื้อเป็นผู้รับตราส่งให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แต่ก็ปรากฏตามใบตราส่งว่า มีการลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทฮานส์เครมล์ฮานส์เทคนิค จีเอ็มบีเอช ผู้มีชื่อเป็นผู้รับตราส่งที่ด้านหลังใบตราส่ง และได้ความว่าบริษัทผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้รับตราส่งขณะนั้นไม่ได้เวนคืนใบตราส่งแก่จำเลย แต่ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้รับตราส่งได้ส่งมอบใบตราส่งนั้นให้แก่โจทก์ ถือว่าผู้ซื้อได้มีการสลักหลังลอยลงในใบตราส่งโอนสิทธิตามใบตราส่งนั้นให้แก่โจทก์ แม้จะไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ไว้ในการสลักหลังว่าเป็นผู้รับสลักหลังก็ตาม โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ทรงใบตราส่งโดยชอบแล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเอาแก่ผู้ขนส่งได้ไม่ว่าโจทก์จะเป็นคู่สัญญาในสัญญารับขนของทางทะเลหรือไม่ก็ตาม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ทำนองว่า ในคดีนี้มีการออกใบตราส่งต้นฉบับมากกว่า 1 ฉบับ เมื่อผู้ซื้อได้นำใบตราส่งฉบับหนึ่งไปเวนคืนที่ท่าปลายทางแล้ว ใบตราส่งฉบับอื่นย่อมสิ้นผลตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 29 นั้น ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำใบตราส่งที่ผู้ซื้อเวนคืนแก่จำเลยมาแส
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง