คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2516
ฎีกาที่ 1551/2516
หลักกฎหมาย
ของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามเป็นของทางราชการทหารแต่ได้หายไป จำเลยเป็นทหารแต่ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธปืนของกลาง การครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55,78 (ที่แก้ไขแล้ว) สำเนาเอกสารซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานต่อศาลนั้น จำเลยไม่ได้โต้แย้งปฏิเสธแต่ประการใด ทั้งนำสืบรับด้วยว่าเป็นเอกสารติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศ เช่นนี้ ศาลจึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นๆ ของโจทก์ได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 4พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 55พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 8ป.วิ.อ. 226ป.วิ.อ. 238ป.วิ.พ. 93
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2514 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 541/2514ของศาลจังหวัดยโสธร ได้บังอาจร่วมกันมีเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79 รวม 2 เครื่อง และมีกระสุนปืนชนิดระเบิด 30 นัดชนิดลูกปราย 6 นัด ซึ่งเป็นอาวุธใช้เฉพาะแต่ในราชการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 6, 7, 38, 55, 72, 74, 78; (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 4, 5, 8, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 541/2514แล้วพิพากษาว่าสิบเอกอุทัย สุขศรี และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธรจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2501 มาตรา 8ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยคนละ 12 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 ปี ให้ยกฟ้องนายอุดม ธนะโสธร จำเลย ของกลางนั้นปรากฏว่าผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 ขอรับคืนไปแล้ว จึงไม่ริบ สิบเอกอุทัยจำเลยและเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า สิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร จำเลย มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78; (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8 กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ให้ลงโทษจำคุกสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร จำเลยคนละ 12 ปี สิบเอกอุทัย สุขศรี รับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ส่วนเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธรนั้น คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลย 6 ปี และจำคุกเรืออากาศตรีไพบูลย์ ธนะโสธร 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยได้ครอบครองอาวุธปืนของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่จำเลยฎีกาว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ไม่ใช่บังคับกับอาวุธปืนของทางราชการทหารและอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2492 ระหว่างอัยการศาลทหารกรุงเทพ โจทก์พันจ่าเอกเดชา บุญสุขศรี กับพวก จำเลย และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2493 ระหว่างอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 4 โจทก์ สิบเอกไสว แสงปานแก้ว จำเลย นั้นข้อเท็จจริงในคดีที่จำเลยอ้างถึงดังกล่าว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ กล่าวคือ ในคดีดังกล่าว จำเลยผู้มีอาวุธไว้ในความครอบครองเป็นทหาร และมีหน้าที่ต้องใช้อาวุธนั้น หรือมีหน้าที่ดูแลรักษาอาวุธนั้นแต่จำเลยในคดีนี้ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธของกลาง และอาวุธของกลางก็เป็นของทางราชการทหารซึ่งหายไป การครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่ควรรับฟังเอกสารหมาย จ.2 อันเป็นจดหมายที่จำเลยเขียนถึงสิบเอกอุทัย สุขศรี จำเลยอีกผู้หนึ่ง เพราะไม่ใช่ต้นฉบับนั้น เห็นว่าเอกสารหมาย จ.2 เป็นเพียงเอกสารที่รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ ทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งปฏิเสธเอกสารฉบับนี้แต่ประการใด ทั้งยังนำสืบรับว่าเอกสารหมาย จ.2 นี้เป็นเอกสารที่ติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นแม้เอกสาร จ.2 นี้จะเป็นเพียงสำเนา ศาลก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ของโจทก์ได้ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง