คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 15591/2558
หลักกฎหมาย
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 41 (1) ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวสารการสอบราคาโดยมีสาระสำคัญว่า ให้ส่วนราชการเจ้าของโครงการปิดประกาศสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของส่วนราชการนั้นกับส่งประกาศสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างโดยตรงหรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการส่งประกาศสอบราคาไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรงนั้น นอกจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีข้างต้นจะไม่ได้วางหลักปฏิบัติว่าต้องกระทำโดยวิธีการอย่างใดแล้ว ส. พยานโจทก์ยังให้ความเห็นยืนยันว่า หากผู้รับเหมาก่อสร้างรายใดมารับเอกสารประกาศสอบราคาโดยตรงที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ ก็ถือว่าเป็นการส่งประกาศสอบราคาให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรงแล้ว ประกอบกับในช่วงปีที่เกิดเหตุ กรมชลประทานไม่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารประกาศสอบราคาให้แก่ผู้รับเหมา ก่อสร้างโดยตรงตามคำเบิกความตอบคำถามค้านของ ว. พยานโจทก์ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัสดุ กรมชลประทาน ดังนี้ การที่จำเลยจัดให้บรรดาผู้รับเหมาก่อสร้างมารับเอกสารประกาศสอบราคา ณ โครงการชลประทานสระบุรีซึ่งเป็นที่ทำการของจำเลย จึงถือเป็นการปฏิบัติโดยถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 41 (1) แล้ว สำเนาบัญชีขอส่งเอกสารสอบราคา ล้วนมีลายมือชื่อของจำเลยลงไว้ในตอนล่างของเอกสารว่าเป็นผู้แจกเอกสารประกาศสอบราคาให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งหลาย แต่เมื่อผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นนอกเหนือจากผู้รับเหมาก่อสร้างสามรายที่ประมูลงานได้ ไม่เคยรับรู้หรือได้รับเอกสารประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้างงานขุดลอกคลองทั้ง 7 โครงการ คดีจึงต้องถือว่า จำเลยกระทำการโดยวิธีปกปิดกีดกัน การรับรู้ข้อมูลข่าวสารการสอบราคาเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม อันเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 7 ดังฟ้อง แม้ผู้รับเหมาก่อสร้างสามรายที่ประมูลงานได้จะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางและปฏิบัติงานสำเร็จเรียบร้อยโดยไม่เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ แต่การประมูลงานได้ของผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งสามรายก็เกิดจากการกระทำของจำเลยที่มุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ความสำเร็จในการทำงานของผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งสามราย จึงไม่อาจลบล้างความผิดของจำเลยซึ่งเกิดขึ้นก่อนถึงขั้นตอนการเสนอราคาได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 7พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 12
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 7, 12, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 7 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 7 กระทงเป็นจำคุก 21 ปี 28 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยเป็นลูกจ้างประจำโครงการชลประทานสระบุรี สำนักชลประทานที่ 10 จังหวัดลพบุรี กรมชลประทาน ดำรงตำแหน่งพนักงานพัสดุชั้น 3 ทำหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กับเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 โดยจำเลยมีหน้าที่ในการดำเนินการจัดทำเอกสารและส่งเอกสารประกาศสอบราคา การขายซองสอบราคาและรับซองสอบราคาในโครงการขุดลอกคลองหนองน้ำและคลองธรรมชาติต่าง ๆ ในเขตจังหวัดสระบุรีต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ 23 เมษายน 2544 ถึงวันที่ 27 กันยายน 2544 โครงการชลประทานสระบุรี ได้ประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้างงานขุดลอกคลอง 7 โครงการ ได้แก่ คลองวังยาง คลองซับสนุ่น คลองบ้านไร่ คลองหนองโป่งเกตุ คลองใหญ่ คลองทับกวางและคลองหนองแหน ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการสอบราคาให้ผู้รับเหมาทั้งหลายทราบโดยในการนี้ จำเลยกับนายสุทธิวัฒน์ ช่างฝีมือโรงงานชั้น 1 ผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยและถึงแก่ความตายไปแล้วได้ให้ ผู้มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างลงลายมือชื่อรับเอกสารประกาศสอบราคาที่โครงการชลประทานสระบุรี จากนั้นจำเลยกับพวกได้ทำบัญชีแสดงรายชื่อผู้ซื้อเอกสารสอบราคาและบัญชีรับซองสอบราคาทั้ง 7 โครงการเป็นดังนี้ 1.โครงการขุดลอกคลองวังยาง มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี อาร์ อาร์ 2.โครงการขุดลอกคลองซับสนุ่น มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับ บริษัทเอสเอ็มพี เมืองเพรียว คอนสตรัคชั่น จำกัด 3.โครงการขุดลอกคลองบ้านไร่ มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับบริษัทแสนเมืองทอง จำกัด 4.โครงการขุดลอกคลองหนองโป่งเกตุ มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับบริษัทเอสเอ็มพี เมืองเพรียว คอนสตรัคชั่น จำกัด 5.โครงการขุดลอกคลองใหญ่ มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ บริษัทเอสเอ็มพี เมืองเพรียว คอนสตรัคชั่น จำกัด กับห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญวรกุล 6.โครงการขุดลอกคลองทับกวาง มีผู้ยื่นซองสอบราคา 3 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับบริษัทเอสเอ็มพี เมืองเพรียว คอนสตรัคชั่น จำกัด และห้างหุ้นส่วน จำกัด ท.พิกุลทอง 7.โครงการขุดลอกคลองหนองแหน มีผู้ยื่นซองสอบราคา 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น กับห้างหุ้นส่วนจำกัด คงวิบูลย์ ซัพพลาย หลังจากนั้นมีการอนุมัติและทำสัญญาว่าจ้างในโครงการขุดลอกคลองทั้ง 7 โครงการ โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ.ธนิดา คอนสตรัคชั่น ได้งาน 3 โครงการ คือโครงการขุดลอกคลองวังยาง คลองทับกวางและคลองหนองแหน บริษัทเอสเอ็มพี เมืองเพรียว คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้งาน 3 โครงการ คือ โครงการขุดลอกคลองซับสนุ่น คลองหนองโป่งเกตุ และคลองใหญ่ บริษัทแสนเมืองทอง จำกัด ได้งาน 1 โครงการ คือ โครงการขุดลอกคลองบ้านไร่ ต่อมามีกลุ่มผู้รับเหมาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยราชการต่าง ๆ ให้ตรวจสอบการทุจริตการจ้างเหมาขุดลอกคลองทั้ง 7 โครงการ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติชี้มูลว่า จำเลยกระทำความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เนื่องจากการจ้างเหมาขุดลอกคลองโดยวิธีสอบราคาของโครงการชลประทานสระบุรี อันเป็นหน่วยงานของรัฐในครั้งนี้จักต้องดำเนินการให้เป็นไปตามสำเนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 41 (1) ตามคำเบิกความของนางสาวสุปราณี พยานโจทก์ผู้ดำรงตำแหน่งนิติกรชำนาญการพิเศษ ก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง