คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2549
ฎีกาที่ 1561/2549
หลักกฎหมาย
โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย อันเป็นเหตุให้คดีต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หมายถึงเฉพาะโทษจำคุกในความผิดที่โจทก์ฟ้องเท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน มีกำหนด 4 ปี แม้จะมีการเพิ่มโทษหนึ่งในสามเนื่องจากกระทำความผิดซ้ำ ตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน ก็เป็นการเพิ่มโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ มิใช่เป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษในความผิดที่โจทก์ฟ้องเกิน 5 ปี จึงยังถือว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในข้อหานี้ไม่เกิน 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพียงว่าขอให้ศาลฎีกาหยิบยกเรื่องเวลาจับกุม และการที่โจทก์ไม่ขอหมายเรียกพยานบางปากมาเบิกความขึ้นพิจารณาอีกครั้ง โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอ้างอิงให้เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 คลาดเคลื่อนอย่างไร ฎีกาของจำเลยที่ 2 ส่วนนี้จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 92ป.วิ.อ. 193ป.วิ.อ. 225ป.วิ.อ. 218พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 15พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 66
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ป.อ. มาตรา 83, 91, 92 ริบของกลางและเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 8 ปี รวมจำคุกคนละ 12 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 16 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน แม้จะมีการเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีกหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 ด้วยก็ตาม ก็เป็นการเพิ่มโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น มิใช่เป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษในความผิดที่โจทก์ฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนและลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ได้ความจากพยานโจทก์ว่ายังมีข้อน่าสงสัยหลายประการได้แก่ เรื่องที่พยานโจทก์สืบทราบว่าจำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้โทษมาเป็นเวลานาน ทั้งที่จำเลยที่ 2 เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านเกิดเหตุได้เพียงเดือนเศษ เรื่องที่สายลับและดาบตำรวจนรินทร์เข้าไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนที่หน้าบ้านของจำเลยทั้งสองและเรื่องธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อและการตรวจค้นได้ธนบัตรดังกล่าวนั้นเป็นฎีกาที่โต้เถียงดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยดังกล่าว และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาเกี่ยวกับเวลาที่จับกุมและการไม่หมายเรียกนายนิรันดร์มาเบิกความ ซึ่งพออนุมานได้ว่าเป็นฎีกาในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก็เพียงฎีกาขอให้ศาลฎีกาหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นพิจารณาอีกสักครั้ง โดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอ้างอิงให้เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 คลาดเคลื่อนอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง