ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2553

ฎีกาที่ 15805/2553

หลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยริมบาทวิถีถนนราชดำเนินกลางด้านทิศใต้ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เรียกรับเงินจากผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายวางแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลบนบาทวิถีโดยละเว้นไม่กระทำการในตำแหน่งหน้าที่ที่จะต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้เสียหาย โดยมิชอบด้วยหน้าที่และโดยทุจริต การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างประจำซึ่งไม่ใช่ข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ที่กฎหมายระบุไว้โดยเฉพาะให้ถือเป็นเจ้าพนักงาน จำเลยที่ 2 จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย คงลงโทษจำเลยที่ 2 ได้แต่เพียงในฐานะผู้สนับสนุน ตาม ป.อ. มาตรา 86 สภาพทางเท้าปูตัวอิฐตัวหนอนไปจนถึงขอบบันไดอาคารมีลักษณะเป็นผืนเดียวกันไม่มีการแบ่งแยกชัดเจนว่าทางเท้าของกรุงเทพมหานครไปสิ้นสุดที่จุดใด การตั้งวางแผงลอยขายของต่างๆ มีทั้งส่วนที่อยู่ใต้ชายคาอาคารและส่วนที่ล้ำออกมานอกชายคาอาคารผู้เสียหายตั้งแผงลอยขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่บนทางเท้า อันถือว่าเป็นถนนตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางบ้างเมือง พ.ศ.2535 แล้ว ในการพิจารณาคดีของศาล หากมีพยานคู่แต่ไม่สามารถนำสืบได้ในคราวเดียวกัน ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังพยานคู่นั้น

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 90 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และ 83 จำคุก 8 เดือน คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุก 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีการับฟังได้ในเบื้องต้นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ปกครอง 3 และจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างประจำ ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตพระนคร จำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 กรุงเทพมหานครมีคำสั่งที่ 745/2550 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่โดยให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่ระดับ 1 ขึ้นไป ซึ่งสังกัดฝ่ายเทศกิจทุกคน ทุกสำนักงานเขต เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2543 สำนักงานเขตพระนคร มีคำสั่งที่ 72/2543 กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของข้าราชการและลูกจ้างฝ่ายเทศกิจ โดยข้อ 2.3 ให้สายตรวจจัดระเบียบชุด 253 มีจำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าชุด จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยหัวหน้าชุด และบุคคลอื่นอีก 4 คน เป็นเจ้าหน้าที่ในชุด มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในบริเวณถนนราชดำเนินกลาง และบริเวณอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ ส่วนนางสาวสุกานดา ผู้เสียหาย เป็นผู้ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตั้งแผงลอยอยู่ที่หน้าธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2543 ผู้เสียหายไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามว่า จำเลยทั้งสองไปบอกผู้เสียหายว่า ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 1,000 บาท เพื่อเป็นค่าตั้งแผงลอยขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะไปเก็บเงินในภายหลัง จึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2543 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมตัวจำเลยที่ 2 ได้ แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 89 โดยส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำการไต่สวนข้อเท็จจริง คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. ทำการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว แจ้งข้อหาแก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2543 และแจ้งขอหาแก่จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2543 ว่าร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกอบไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นบริเวณใต้ชายคาหน้าอาคารธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน ไม่ใช่ถนนตามความหมายของพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 4 จำเลยทั้งสองไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปจัดระเบียบและจับกุมผู้วางแผงลอยในสถานที่ดังกล่าวหรือไม่ โจทก์มีตัวผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า จุดที่ผู้เสียหายตั้งแผงลอยขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ จุดที่ 1 และหมายเลข 2 ซึ่งเป็นบริเวณทางเท้า ไม่ใช่ใต้ชายคาอาคารธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน รวมทั้งพยานโจทก์ปากอื่น ๆ ได้แก่ นายศิริชัย เบิกความยืนยันว่า จุดที่ผู้เสียหายตั้งแผงลอยนั้น วางอยู่บนทางเท้า ใต้ชายคาอาคารธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน ทางเท้าเป็นของกรุงเทพมหานคร ส่วน นางประกอบ นางสุพิณดา นางสำรวย นางธีรวรรณ เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่าผู้เสียหายตั้งแผงลอยอยู่ที่บริเวณหมายเลข 2 แม้นายชุมพล ซึ่งในขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตพระนครและนายประเสริฐ ซึ่งในขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเขตพระนครเบิกความว่า กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ดูแลทางเท้าที่เป็นทางสาธารณะเท่านั้น หากเป็นแนวร่นจากทางเท้า กรุงเทพมหานครไม่มีหน้าที่ดูแล และบริเวณใต้ชายคาอาคารธนาคารออมสิน สาขา ราชดำเนิน ไม่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร กับที่นางเสริฐ เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยที่ 2 ว่าบริเวณใต้ชายคาอาคารธนาคารออมสิน สาขาราชดำเนิน ไม่อยู่ในการดูแลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการแตกต่างกัน แต่เมื่อศาลฎีกาตรวจดูแผนที่สังเขปแสดงสถ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15805/2553 · ทนอย Thanoy