คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2547
ฎีกาที่ 1659/2547
หลักกฎหมาย
ผลของการเฝ้าสังเกตและติดตามจำเลยทั้งสี่เป็นเวลาหลายเดือนและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทุกระยะโดยบันทึกข้อมูลที่รายงานนั้นไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เจ้าพนักงานจึงทราบว่าผู้ที่รับซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ใดบ้างและอยู่ที่ใด จนกระทั่งเจ้าพนักงานสามารถติดตามจับกุมบุคคลหลายคนที่ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยทั้งสี่ได้ ประกอบกับบัญชีเงินฝากในธนาคารของจำเลยที่ 2 เคลื่อนไหวด้วยจำนวนเงินสูง การที่จำเลยทั้งสี่นัดส่งมอบเงินและยาเสพติดให้โทษกันที่ร้านอาหารตามวันเวลาที่เกิดเหตุและเจ้าพนักงานติดตามไปตรวจค้นและจับกุมจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ที่ร้านอาหารดังกล่าว และจับกุมจำเลยที่ 4 ได้ที่ด่านเก็บเงินบางปะอิน เจ้าพนักงานค้นพบเงินสดจำนวนมากซึ่งรวมกันเป็นเงิน 26,181,320 บาท ทั้งยังพบเอกสารหลายแผ่นมีข้อความและตัวเลขแสดงถึงการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจริง จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ขายเมทแอมเฟตามีนให้จำเลยที่ 2 และที่ 4 โดยจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 4 ในการรับซื้อเมทแอมเฟตามีน การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นการร่วมกันสมคบโดยตกลงกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 8
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 7, 8, 14, 27, 30, 31 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 89 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92 ริบอาวุธปืน กระสุนปืน ถุงพลาสติก 1 ปึก กระดาษจดข้อความ 6 แผ่น สมุดเอกสาร 1 เล่ม ของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 4 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้อง แต่ปฏิเสธในข้อหาสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง จำคุกคนละ 5 ปี และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 4 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน และจำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดคนละหนึ่งในสี่ และลดโทษให้จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครองกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 คนละ 3 ปี 9 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 5 ปี และ 8 เดือน ตามลำดับ เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นจำคุก 5 ปี 8 เดือน ริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ถุงพลาสติก กระดาษจดข้อความและสมุดของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิ่มโทษจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 คำรับของจำเลยทั้งสี่ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดคนละหนึ่งในสาม และลดโทษให้จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนไว้ในครอบครองกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีกำหนดคนละ 3 ปี 4 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และ 6 เดือน ตามลำดับ เรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เป็นจำคุก 3 ปี 10 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ที่บริเวณร้านอาหารหนองโสน ริมถนนสายเอเชีย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยึดรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ศ-1529 กรุงเทพมหานคร เงินจำนวน 12,970,000 บาท บรรจุในกล่องสีน้ำตาลอยู่ที่ท้ายรถยนต์คันดังกล่าว เงินจำนวน 300,000 บาท ในช่องเก็บของพร้อมด้วยกระดาษ 6 แผ่น ตามเอกสารหมาย จ.14 วิทยุติดตามตัวหมายเลข 477035 และหมายเลข 559236 โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขโทรศัพท์ 01-6171049 ของจำเลยที่ 1 รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 7 พ-2716 กรุงเทพมหานคร เงินจำนวน 1,500,000 บาท บรรจุในถุงกระดาษสีน้ำตาล เงินจำนวน 945,320 บาท บรรจุในกระเป๋าพลาสติกสีขาวสายสีน้ำเงินในรถยนต์คันดังกล่าวของจำเลยที่ 2 จับกุมจำเลยที่ 4 ได้ที่ด่านเก็บเงินบางปะอิน พร้อมกับยึดรถยนต์ป้ายทะเบียนสีแดง หมายเลข ฉ-2143 กรุงเทพมหานคร เงินจำนวน 8,000,000 บาท บรรจุในกระเป๋าสีน้ำเงิน เงินจำนวน 650,000 บาท บรรจุในกระเป๋าเอกสารโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 9873025 กระดาษ 1 แผ่น ตามเอกสารหมาย จ.25 ภายในรถยนต์ดังกล่าวของจำเลยที่ 4 เงินจำนวน 1,170,000 บาท ถุงพลาสติกใสขนาด 2 x 3 นิ้ว จำนวน 1 ปึก อาวุธปืนยาวอัดลม 2 กระบอก กระสุนปืนอัดลม 7 กล่อง และกระสุนปืนลูกกรดจำนวน 1 นัด จากบ้านของจำเลยที่ 4 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกาว่า ก่อนฟ้องโจทก์ไม่มีเมทแอมเฟตามีนเป็นของกลาง ซึ่งเป็นสิ่งของที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ตกลงซื้อขายจากจำเลยที่ 1 โจทก์กล่าวอ้างลอยๆ ฟ้องโจทก์มิไ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง