ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562

ฎีกาที่ 1662/2562

หลักกฎหมาย

จำเลยแบ่งการจัดซื้อยาโดยลดวงเงินแต่ละครั้งให้เหลือครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อให้อยู่ในอำนาจของจำเลยที่จะจัดซื้อได้โดยวิธีตกลงราคา จึงเป็นวิธีการเพื่อให้แบ่งซื้อสำเร็จ สามารถใช้เงินงบประมาณปลายปีได้หมดตามเจตนาของจำเลย หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 22 วรรคสอง อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตาม ป.อ. มาตรา 157 แม้จำเลยจัดซื้อยาในปีงบประมาณ 2540 รวม 10 ครั้ง และในปีงบประมาณ 2541 รวม 12 ครั้ง ถือว่าจำเลยมีเจตนาเดียวที่จะใช้เงินงบประมาณให้หมดในแต่ละปีงบประมาณ ย่อมเป็นการกระทำกรรมเดียวในแต่ละปีงบประมาณ จึงเป็นความผิด 2 กระทง หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมตามจำนวนครั้งที่จัดซื้อรวม 22 กระทง ไม่

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 151, 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 ปี จำนวน 2 กระทง ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี จำนวน 2 กระทง รวมจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งกระทงละ 6,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 12,000 บาท เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับกระทงละ 4,000 บาท รวมปรับ 8,000 บาท ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังยุติว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่บริหาร จัดการ และควบคุมดูแล การปฏิบัติงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ของทางราชการ รวมทั้งจัดซื้อยาให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 โดยจำเลยมีอำนาจสั่งซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท โดยวิธีตกลงราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 19 หากมีการซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท ต้องทำโดยวิธีสอบราคาตามข้อ 20 และอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และจำเลยเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มีหน้าที่ควบคุมดูแลการผลิตยา การขายยา การนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรให้เป็นไปโดยได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจำเลยมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ก่อนปี 2540 หรือก่อนเกิดเหตุ ฝ่ายเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โดยนางวันเพ็ญ หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อยาให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี รวมทั้งโรงพยาบาลและสถานีอนามัยในเขตรับผิดชอบ ต่อมาระหว่างปี 2540 ถึงปี 2541 นางวันเพ็ญย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่อื่น จำเลยในฐานะนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้างาน/ฝ่ายอื่นในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุประจำกลุ่มงาน/ฝ่ายในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเพื่อปฏิบัติหน้าที่จัดซื้อยาแทนฝ่ายเภสัชสาธารณสุข ต่อจากนั้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2540 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2540 และวันที่ 8 มิถุนายน 2541 ถึงวันที่ 4 กันยายน 2541 นางมณฑินี เจ้าหน้าที่พัสดุ 5 นางอุดมลักษณ์ นักวิชาการควบคุมโรค 7 นางสุมาลี ทันตแพทย์ 8 นางจิราภรณ์ หัวหน้างานกามโรคและเอดส์ และนางนวรัตน์ นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ 8 ในฐานะหัวหน้างาน/ฝ่ายผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุประจำกลุ่มงาน/ฝ่ายในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเพื่อจัดซื้อยา ต่างลงลายมือชื่อในฐานะเจ้าหน้าที่พัสดุขออนุมัติจัดซื้อยาต่อจำเลยซึ่งเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีเพื่อจัดซื้อยาแผนปัจจุบันจากบริษัทนีโอ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดรักสกุลแพทย์ภัณฑ์ และห้างหุ้นส่วนจำกัดวิน เมดิคอล รวมทั้งสิ้น 22 ครั้ง การสั่งซื้อครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท แล้วจำเลยในฐานะนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีได้ลงนามอนุมัติทุกครั้งตามฟ้อง ต่อมามีผู้ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ว่าจำเลยกับพวกทุจริตต่อหน้าที่ราชการหลายประการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว ผลรับฟังได้ว่าข้อร้องเรียนมีมูลว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดทั้งด้านวินัย ทางอาญา และทางละเมิด กระทรวงสาธารณสุขจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีจำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนวินัยพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 22 วรรคสอง เป็นการแบ่งซื้อยาโดยลดวงเงินที่จัดซื้อในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใดหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนไปจนอยู่ในอำนาจของจำเลยที่สามารถสั่งซื้อได้โดยวิธีตกลงราคา เ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง