คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 1679/2539
หลักกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา21วรรคสามและวรรคสี่กำหนดให้คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนอันราคาลดลงโดยคำนวณตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเป็นเรื่องให้คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นเป็นฝ่ายถือปฏิบัติเมื่อมีกรณีอสังหาริมทรัพย์เหลือจากการเวนคืนอันทำให้ราคาลดลงเกิดขึ้นเพื่อให้การคำนวณราคาเป็นระเบียบแบบแผนเดียวกันมิได้หมายความว่าหากคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นไม่กำหนดราคาที่ลดลงของอสังหาริมทรัพย์เพราะไม่มีพระราชกฤษฎีกาออกมาให้กำหนดราคาแล้วผู้ที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงบางส่วนไม่สามารถจะเรียกเงินค่าทดแทนได้ การที่โจทก์อ้างว่าที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาลดลงและโจทก์ได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กำหนดเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นนั้นย่อมหมายถึงการอุทธรณ์เงินค่าทดแทนที่ดินทั้งหมดที่โจทก์ควรได้รับเนื่องจากเหตุการเวนคืนที่ดินของโจทก์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนส่วนที่เหลือจากการเวนคืนได้ ที่ดินโจทก์ส่วนที่เหลือจำนวน351ตารางวา อยู่ด้านในไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะย่อมทำให้โจทก์ใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนนี้ไม่ได้เหมือนเดิมจำเลยจึงต้องรับผิดใช้เงินค่าทดแทนแก่โจทก์สำหรับที่ดินส่วนที่เหลือนั้นด้วย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาตรา26วรรคท้ายบัญญัติให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยใน อัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นนับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ10ต่อปีคงที่จึงไม่ถูกต้อง
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.พ. 55พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 9พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 21พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 26
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ฟ้อง ว่า ที่ดิน โฉนด เลขที่ 23372 เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน8 วา พร้อม สิ่งปลูกสร้าง เป็น ทรัพย์มรดก ของ นาง ระวิวงศ์ พิมพสุต โดย โจทก์ เป็น ผู้จัดการมรดก ถูก เวนคืน เพื่อ สร้าง ทาง พิเศษ โดย จำเลยกำหนด เงิน ค่าทดแทน ที่ดิน ส่วน ที่ 1 เนื้อที่ 2 งาน 73 ตารางวาตารางวา ละ 12,000 บาท ที่ดิน ส่วน ที่ 2 เนื้อที่ 3 งาน 84 ตารางวาตารางวา ละ 750 บาท เงิน ค่าทดแทน สิ่งปลูกสร้าง บ้าน ตึก ชั้น เดียวเป็น เงิน 83,490.75 บาท บ้าน ไม้ ชั้น เดียว (โรงรถ ) เป็น เงิน52,294.77 บาท ห้องน้ำ หลังคา เพิง เป็น เงิน 8,961.96 บาท บางส่วน ของบ้าน ตึก ชั้น เดียว อีก 1 หลัง เป็น เงิน 2,204.48 บาท รั้ว คอนกรีตบางส่วน เป็น เงิน 185,243.48 บาท ไม้ยืนต้น จำนวน 27 รายการเป็น เงิน 9,145 บาท รวม เงิน ค่าทดแทน ทั้งหมด จำนวน 3,905,340.06 บาทซึ่ง โจทก์ ได้รับ เงิน จำนวน ดังกล่าว แล้ว แต่ เนื่องจาก ใน วันที่ มีพระราชกฤษฎีกา ที่ดิน ของ โจทก์ มี ราคา ซื้อ ขาย กัน ตาม ปกติ ใน ท้องตลาดตารางวา ละ 50,000 บาท จำเลย ต้อง จ่าย เพิ่ม ให้ แก่ โจทก์ อีก จำนวน29,286,000 บาท เงิน ค่าทดแทน สิ่งปลูกสร้าง ที่ โจทก์ ได้รับ มา แล้วไม่สามารถ ปลูกสร้าง บ้าน อยู่อาศัย ใหม่ ใน ราคา ใกล้เคียง ของ เดิม ได้เพราะ จะ ต้อง ใช้ จ่าย เป็น เงิน 1,000,000 บาท จำเลย จึง ต้อง จ่ายเงิน ค่าทดแทน สิ่งปลูกสร้าง เพิ่ม แก่ โจทก์ อีก 667,805 บาท ส่วน ที่ดินของ โจทก์ ที่ เหลือ จาก การ เวนคืน เนื้อที่ 3 งาน 51 ตารางวา ไม่มีทาง เข้า ออก สู่ ถนน สาธารณะ ได้ โจทก์ ขอ คิด ค่า ลด น้อย ถอย ลง ของ ราคาที่ดิน ตารางวา ละ 40,000 บาท รวมเป็น เงิน 14,040,000 บาท รวม เงินค่าทดแทน ที่ จำเลย ต้อง ชำระ แก่ โจทก์ จำนวน 43,993,805 บาท พร้อมดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 10 ต่อ ปี นับแต่ วัน ทำ สัญญาซื้อขาย เป็นต้น ไปจนกว่า จะ ชำระ เสร็จ ขอให้ บังคับ จำเลย ชำระ เงิน พร้อม ด้วย ดอกเบี้ยใน อัตรา ร้อยละ 10 ต่อ ปี จำเลย ให้การ ว่า จำเลย กำหนด เงิน ค่าทดแทน ที่ดิน ตาม ราคาประเมินทุนทรัพย์ เพื่อ เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ใน การ จดทะเบียน สิทธิ และ นิติกรรมค่าทดแทน สิ่งปลูกสร้าง กำหนด บน พื้น ฐาน ของ การ สำรวจ ถอด แบบโครงสร้าง อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ตาม สภาวะ ราคา ซื้อ ขาย ใน ท้องตลาดใน วัน บังคับ ใช้ พระราชกฤษฎีกา สำหรับ ราคา วัสดุ ก่อสร้าง ใช้ ราคาวัสดุ ตาม ราคา ตลาด ของ กรม เศรษฐกิจ การพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ค่าทดแทน ด้าน สาธารณูปโภค ใช้ ราคา ของรัฐวิสาหกิจ นั้น ๆ เช่นการไฟฟ้า การประปา องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทย ค่า ขนย้ายวัสดุ ถือ ตาม ราคา ของ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ค่า อำนวยการค่า ออก แบบ ค่า คุม งาน ใน การ ก่อสร้าง ค่าภาษีอากร และ กำไรใช้ หลักเกณฑ์ ตาม มติ ของ คณะรัฐมนตรี การ กำหนด เงินค่าทดแทน ทรัพย์สิน ของ โจทก์ ที่ ถูก เวนคืน จึง เป็น ราคา ที่ เหมาะสม แล้วหาก จำเลย ต้อง ชำระ ดอกเบี้ย แก่ โจทก์ ก็ ไม่เกิน อัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อ ปีโดย นับแต่ วันที่ ศาล พิพากษา เป็นต้น ไป ขอให้ ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ให้ จำเลย ชำระ เงิน ค่าทดแทนเพิ่ม แก่ โจทก์ อีก จำนวน 12,780,000 บาท พร้อม ด้วย ดอกเบี้ยใน อัตรา ร้อยละ 10 ต่อ ปี นับแต่ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2533 จนกว่าจะ ชำระ เสร็จ โจทก์ และ จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ และ จำเลย ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "ข้อเท็จจริง เบื้องต้น รับฟัง ได้ว่า โจทก์ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ นาง ระวิวงศ์ พิมพสุต เป็น เจ้าของ ที่ดิน โฉนด เลขที่ 23372 ตำบล ปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัด นนทบุรี เนื้อที่ รวม 2 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา ที่ดิน ดังกล่าวได้ ถูก เวนคืน เป็น เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา ตาม พระราชกฤษฎีกากำหนด เขต ที่ดิน ใน บริเวณ ที่ ที่ จะ เวนคืน ใน ท้องที่ อำเภอ ปากเกร็ด อำเภอ เมืองนนทบุรี จังหวัด นนทบุรี ฯลฯ พ.ศ. 2530 เพื่อ สร้าง ทาง พิเศษ สาย แจ้งวัฒนะ-บางโคล่ และ สาย พญาไท-ศรีนครินทร์ คณะกรรมการ กำหนดราคา เบื้องต้น ได้ กำหนด เงิน ค่าทดแทน ที่ดิน แก่ โจทก์ส่วน ที่ 1 เนื้อที่ 273 ตารางวา ตารางวา ละ 12,000 บาท เป็น เงินรวม 3,276,000 บาท ส่วน ที่ 2 เนื้อที่ 384 ตารางวา ตารางวา ละ 750บาท เป็น เงิน รวม 288,000 บาท โดย อาศัย ราคาประเมิน ทุนทรัพย์เพื่อ เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ใน การ จดทะเบียน สิทธิ และ นิติกรรมของ กรมที่ดิน พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2534 สำหรับ เงิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง ได้ กำหนด ให้ 332,195.06 บาท และ เงิน ค่าทดแทน ไม้ยืนต้นกำหนด ให้ 9,145 บาท โดย อาศัย ราคา ของ กรม เศรษฐกิจ การพาณิชย์กระทรวงพาณิชย์ กับ ราคา ของ ส่วนราชการ และ รัฐวิสาหกิจ โจทก์ได้รับ เงิน ค่าทดแทน ดังกล่าว ไป แล้ว และ ได้ ใช้ สิทธิ อุทธรณ์ ต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และ ได้รับ การ พิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง