ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552

ฎีกาที่ 1680/2552

หลักกฎหมาย

หนี้ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเป็นหนี้ที่เจ้าหนี้ได้ออกทดรองชำระให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินหลักประกันที่ลูกหนี้ได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้เพื่อประกันหนี้กู้ยืมเงินของลูกหนี้ที่มีต่อเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้เป็นผู้รับประโยชน์ มิใช่การเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยตามสัญญาประกันภัยในระหว่างผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยอันจะอยุ่ในบังคับอายุความสองปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคสอง อายุความแห่งสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ในกรณีเช่นนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความสิบปีตามมาตรา 193/30

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2547 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาและเบี้ยประกันภัยจำนวน 5,672.90 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเสนอความเห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ (1) หนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 454/2540 ของศาลแพ่งธนบุรี รวมทั้งสิ้น 1,646,789.55 บาท โดยให้ได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 6037 ตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ยังขาดอยู่เท่าใดให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้สามัญตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) โดยมีเงื่อนไขว่า หากได้รับชำระหนี้จากที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 6036 ตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และหรือจากนายสมพงษ์ แล้วเพียงใดให้สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในคดีนี้ลดลงไปเพียงนั้น (2) หนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 4071/2544 ของศาลแพ่งธนบุรี รวมทั้งสิ้น 4,000,368.06 บาท โดยให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้สามัญตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) โดยมีเงื่อนไขว่า หากได้รับชำระหนี้จากที่ดินโฉนดเลขที่ 16554 ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา อำเภอคลองสาน (บางลำภูล่าง) กรุงเทพมหานคร และหรือจากนางสุรพันธ์ และหรือจากนายประสิทธิ์ และหรือจากนางสาวอารีย์แล้วเพียงใดให้สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในคดีนี้ลดลงไปเพียงนั้น ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย (3) หนี้ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยรวมทั้งสิ้น 3,466.57 บาท โดยให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้สามัญตามพระราชบัญญัติล้มลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย รวม 3 อันดับ เป็นเงินทั้งสิ้น 5,650,642.18 บาท ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ลูกหนี้ได้กู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้ไปตามสัญญากู้ยืมเงิน 2 ฉบับ ตามมูลหนี้ในคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 424/2540 และหมายเลขคดีแดงที่ 4081/2544 ของศาลแพ่งธนบุรี ซึ่งเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้มาในอันดับ 1 และ 2 โดยมีที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 6036 และ 6037 ตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และที่ดินโฉนดเลขที่ 16554 ตำบลสมเด็จเจ้าพระยา อำเภอคลองสาน (บางลำภูล่าง) กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ จำนองเป็นหลักประกันการชำระหนี้ดังกล่าวของลูกหนี้ คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ในข้อกฎหมายว่า หนี้ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยที่เจ้าหนี้ได้ออกเงินทดรองจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยแทนลูกหนี้สำหรับที่ดินจำนองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 6036 และ 6037 ตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2540 จำนวน 541 บาท เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2541 จำนวน 519 บาท เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 จำนวน 430,14 บาท เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2543 จำนวน 537.14 บาท เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2543 จำนวน 537.14 บาท และเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2544 จำนวน 654.21 บาท และสำหรับที่ดินจำลองโฉนดเลขที่ 16554 ตำบลสมเด็จพระยา อำเภอคลองสาน (บางลำภูล่าง) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2543 จำนวน 1,342.85 บาท และวันที่ 19 ธันวาคม 2544 จำนวน 945.88 บาท ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า เมื่อหนี้ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ดังกล่าวได้ความตามทางสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าเจ้าหนี้ได้ออกทดรองชำระให้แก่บริษัทศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินหลักประกันที่ลูกหนี้ได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้เพื่อประกันหนี้กู้ยืมเงินของลูกหนี้ที่มีต่อเจ้าหนี้ โดยเจ้าหนี้เป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว การที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระเบี้ยประกันภัยที่เจ้าหนี้ได้ออกทดรองแทนลูกหนี้ไปคืนให้แก่เจ้าหนี้ มิใช่การเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยตามสัญญาประกันภัยในระหว่างผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยอันจะอยู่ในบังคับอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคสอง อายุความแห่งสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ในกรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมาย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2552 · ทนอย Thanoy