ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566

ฎีกาที่ 1684/2566

หลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ผิดสัญญาจ้างแรงงานและกระทำละเมิดต่อโจทก์มาด้วย การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานและกระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องชำระเงินค่าสินค้าเกินกว่าราคาที่แท้จริงในอัตราร้อยละ 3 จำเลยจึงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนที่จำเลยเรียกรับจากบริษัท อ. และห้างหุ้นส่วนจำกัด ห. จึงหาได้วินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นไม่

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินในส่วนค่าเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าในอัตราร้อยละ 20 ของยอดการสั่งซื้อสินค้าทั้งหมด ของบริษัท ซ. เป็นค่าเสียหาย 1,818,172.88 บาท บริษัท ว. เป็นค่าเสียหาย 330,104.80 บาท ในฐานะลูกจ้างและตัวแทนของโจทก์เรียกและได้รับเงินผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการแผนกจัดซื้อและในฐานะตัวแทนของโจทก์จากบริษัท อ. เป็นเงิน 1,224,383 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห. เป็นเงิน 5,360,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,733,160.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 8,733,160.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 26 เมษายน 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษแผนกคดีแรงงานพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินที่ได้รับจากบริษัท อ. และห้างหุ้นส่วนจำกัด ห. คืนแก่โจทก์ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าบริษัท ซ. ในอัตราร้อยละ 18 ของยอดเงิน 9,090,864.40 บาท กับค่าเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าบริษัท ว. เป็นเงิน 330,104.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวน นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 26 เมษายน 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า ที่ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษวินิจฉัยว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยให้จำเลยใช้เงินที่จำเลยได้รับจากบริษัท อ. และห้างหุ้นส่วนจำกัด ห. ให้แก่โจทก์ เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายคำฟ้องข้อ 1 เกี่ยวกับสถานะของโจทก์ วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจและโจทก์มีโครงการก่อสร้างอาคารโรงงานอีก 2 แห่ง โดยมอบหมายให้ลูกจ้างของโจทก์ช่วยเหลือดูแลการดำเนินโครงการจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะฝ่ายจัดซื้อต้องเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรในการก่อสร้างโรงงานจำนวนมากและมีมูลค่าสูง ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อมีหน้าที่คัดสรร ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ คำฟ้องข้อ 2 บรรยายถึงสถานะของจำเลยและนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า จำเลยเป็นอดีตลูกจ้างของโจทก์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกจัดซื้อ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการคัดสรร คัดเลือก ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ เปรียบเทียบราคาและบริการต่าง ๆ ให้ตรงตามความต้องการใช้งานของโจทก์ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจำเลยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของสัญญาจ้างและระเบียบข้อบังคับการทำงานของโจทก์ รักษาผลประโยชน์ของโจทก์ในการจัดซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ และต้องมีหน้าที่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามคำสั่งของโจทก์ ในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ต้องคัดสรร คัดเลือก และติดต่อประสานงานพบปะกับผู้จำหน่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ จำเลยกระทำในฐานะตัวแทนของโจทก์ หากจำเลยได้รับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดสืบเนื่องจากการเป็นตัวแทนของโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นตัวการทั้งสิ้น คำฟ้องข้อ 3 บรรยายถึงขั้นตอนการจัดซื้อสินค้าและบริการของโจทก์ คำฟ้องข้อ 4 บรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่า จำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและประพฤติผิดสัญญาจ้างไม่เอื้อเฟื้อสอดส่องกิจการของโจทก์ด้วยความระมัดระวัง และกระทำการอันเป็นการขัดแย้งกับผลประโยชน์ของโจทก์ด้วยการแนะนำผู้จำหน่ายสินค้าที่ตนเองสัมพันธ์ใกล้ชิดและมีส่วนได้เสียให้มาเป็นคู่ค้ากับโจทก์ เรียกรับเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นจากบรรดาผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการของโจทก์ และนำเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยคำฟ้องข้อ 4.1 บรรยายกรณีจำเลยแนะนำบริษัท ซ. และบริษัท ว. ให้เข้ามาเป็นคู่ค้ากับโจทก์ แต่จำเลยปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญโดยมีเจตนาทุจริตต่อโจทก์และมีผลประโยชน์ทับซ้อน คำฟ้องข้อ 4.2 บรรยายกรณีจำเลยเรียกรับเงินผลประโยชน์จากบริษัท อ. โดยอ้างว่าจำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์ในการสรรหาคัดเลือกผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและเปรียบเทียบราคาและสั่งซื้อสินค้า เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่จำเลยได้รับมาเนื่องจากการเป็นตัวแทนของโจทก์ดังกล่าว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องส่งคืนแก่โจทก์ทั้งสิ้น โจทก์ตรวจสอบหลักฐานพบว่าจำเลยเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัท อ. จากการที่จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทดังกล่าว และตอนท้ายของคำฟ้องข้อ 4.2 นี้ โจทก์บรรยายว่า จากการประพฤติปฏิบัติผิดสัญญาและทุจริตต่อหน้าที่ทำให้จำเลยได้รับเงินผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและในฐานะตัวแท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง