ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2505

ฎีกาที่ 170/2505

หลักกฎหมาย

รถยนต์ที่จำเลยใช้บรรทุกไม้สัก อันยังมิได้แปรรูป.ไม่มีตราค่าภาคหลวง อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484มาตรา 69 นั้นเมื่อปรากฏว่าเป็นรถยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อมาจากผู้ร้อง ชำระเงินยังไม่ครบกรรมสิทธิ์จึงยังเป็นของผู้ร้องอยู่ผู้ร้องมิได้รู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลยศาลต้องคืนรถยนต์ให้แก่ผู้ร้องไป เพราะ พระราชบัญญัติป่าไม้ไม่มุ่งหมายที่จะลงโทษบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันมีไม้สัก ๔.๙๖ เมตรลูกบาศก์ ยังมิได้แปรรูป ไม่มีตราค่าภาคหลวงหรือรอยตราของรัฐบาลประทับไว้ในครอบครองโดยจำเลยใช้รถยนต์ น.ว.๐๑๐๒๗ บรรทุกมาตามถนนพหลโยธินจากจังหวัดกำแพงเพชร ไปจังหวัดพระนครไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕, ๑๒, ๑๘ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑๔ รับสารภาพ จำเลยที่ ๒,๓ ปฏิเสธ ในระหว่างพิจารณาบริษัท โตโยต้ามอเตอร์เซลส์จำกัดประเทศไทยยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ เช่าซื้อรถยนต์ของกลางของผู้ร้องมาก ชำระราคายังไม่ครบ รถยนต์ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการกระทำใด ๆ ของจำเลยขอให้ปล่อยรถยนต์จากการยึด โจทก์คัดค้านว่า รถยนต์ของกลางได้ใช้ในการกระทำผิดขอให้ริบ ศาลจังหวัดนครสวรรค์พิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษไม้สักของกลางริบ ส่วนรถยนต์ของกลางเห็นว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดไม่ใช่ทรัพย์อันควรริบ คืนผู้ร้องไป โจทก์อุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้ริบรถยนต์ ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๔ บัญญัติว่า บรรดาไม้หรือของป่าอันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ให้ริบเสียทั้งสิ้น ทวิ.บรรดาเครื่องมือเครื่องใช้สัตว์พาพนะ ยานพะหนะ หรือเครื่อง จักรวลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำผิดตามมาตรา ๑๑ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๖๙ ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ในการกระทำผิดของจำเลยอื่น หากไม่ยอมคืนให้ผู้ร้องโดยถือว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกริบตามกฎหมาย ก็เท่ากับลงโทษทางอาญา แก่ผู้ร้องโดยที่ผู้ร้องมิได้มีส่วนกระทำผิดหรือรู้เห็นด้วย ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ ไม่มุ่งหมายที่จะลงโทษบุคคลอื่นซึ่งเขามิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2505 · ทนอย Thanoy