ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 1710/2538

หลักกฎหมาย

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ต้องเสียภาษีอากรตามประเด็นที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินไว้และผู้ต้องเสียภาษีอากรอุทธรณ์จะไปพิจารณาประเด็นอื่นนอกเหนือจากที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินไว้หาได้ไม่เพราะคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ใช่เจ้าพนักงานประเมินทั้งยังเป็นการข้ามขั้นตอนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งมาตรา19,20แห่งประมวลรัษฎากรส่วนมาตรา31วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากรนั้นมิใช่บทบัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาประเด็นใดก็ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ยื่น แบบแสดงรายการ และ เสีย ภาษี ไว้ ถูกต้อง แล้วแต่ เจ้าพนักงาน ประเมิน ได้ ประเมิน ให้ โจทก์ เสีย ภาษีเงินได้ นิติบุคคลภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่ จ่าย และ ภาษีการค้า เพิ่มขึ้นทั้ง คณะกรรมการ พิจารณา อุทธรณ์ ยัง นำตัว เลข บางราย การ มา บวก กลับ เป็นรายได้ ของ โจทก์ เพิ่มเติม จาก ที่ เจ้าพนักงาน ประเมิน ทำการ ประเมิน ไว้ อีกเป็น การ ไม่ชอบ ขอให้ เพิกถอน คำวินิจฉัย อุทธรณ์ ของ คณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ ของ จำเลย ตาม เอกสาร ท้าย คำฟ้อง หมายเลข 4 และ เพิกถอนการ ประเมิน ของ จำเลย ตาม เอกสาร ท้าย คำฟ้อง หมาย 2 ให้ งด หรือ ลด เงินเพิ่มหรือ เบี้ยปรับ แก่ โจทก์ หาก ศาล เห็นว่า โจทก์ มี หน้าที่ ต้อง เสีย ภาษีจำนวน ใด ๆ จำเลย ให้การ ว่า การ ประเมิน ของ เจ้าพนักงาน ประเมิน ของ จำเลยและ คำวินิจฉัย ของ คณะกรรมการ พิจารณา อุทธรณ์ ชอบ ด้วย ข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย แล้ว ขอให้ ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลาง พิจารณา แล้ว พิพากษา ให้ เพิกถอน คำวินิจฉัยอุทธรณ์ ของ คณะกรรมการ พิจารณา อุทธรณ์ เกี่ยวกับ การ เปลี่ยนแปลงผล ขาดทุน สุทธิ สำหรับ รอบ ระยะเวลา บัญชี ปี พ.ศ. 2526 เฉพาะ การ นำ รายได้จาก การ รับ จัดการ ธุรกิจ ใน เดือน กันยายน 2526 ถึง เดือน ธันวาคม 2526จำนวน 500,000 บาท มา ปรับปรุง บวก เป็น รายได้ ตาม คำวินิจฉัย อุทธรณ์เลขที่ 215 ง/2534/1 คำขอ อื่น ให้ยก โจทก์ และ จำเลย อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา ศาลฎีกา แผนก คดีภาษีอากร วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว มี ปัญหาต้อง วินิจฉัย ตาม อุทธรณ์ ของ โจทก์ และ จำเลย ใน ประเด็น แรก ว่า การ ประเมินของ เจ้าพนักงาน ประเมิน และ คำวินิจฉัย ของ คณะกรรมการ พิจารณา อุทธรณ์ชอบ หรือไม่ อันดับ 1 กรณี ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าบริการ สำนักงาน ใหญ่ ซึ่ง โจทก์อ้างว่า เป็น รายจ่าย เกี่ยวกับ การ ที่ บริษัท แองโกล-ไทย (ลอนดอน) จำกัด หรือ บริษัท แองโกล-ไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้ บริการ แก่ โจทก์ ใน ต่างประเทศ อันเป็น ประโยชน์ แก่ กิจการ ของ โจทก์ และ โจทก์ได้ ชำระ เงิน ค่าบริการ ดังกล่าว ให้ แก่ บริษัท นั้น ตาม ที่ มี การ เรียกเก็บ เงิน มา ยัง โจทก์ แล้ว ตาม เอกสาร หมาย จ. 1 แผ่น ที่ 64 ถึง 170โจทก์ อุทธรณ์ ว่า เป็น รายจ่าย ที่ โจทก์ จ่าย ให้ แก่ บริษัท แองโกล-ไทย (ลอนดอน) จำกัด เป็น ค่าจ้าง ที่ บริษัท แองโกล-ไทย (ลอนดอน) จำกัด ให้ บริการ แก่ โจทก์ ใน การ เรียกเก็บ หนี้สิน การ ชำระหนี้ ของ ลูกค้า โจทก์ ใน ต่างประเทศ การ จัดหา ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับ การเงิน และ การตลาด ของ โจทก์ เห็นว่า ตาม หลักฐานเอกสาร ที่ โจทก์ อ้าง เป็น เพียง เอกสาร การ ติดต่อ ระหว่าง โจทก์ กับบริษัท แองโกล-ไทย (ลอนดอน) จำกัด แม้ จะ มี การ อ้าง ถึง การ ประสานงาน กับ บริษัท ที่ จำหน่าย สินค้า หรือ กับ กองทุน เงินบำนาญ และ ประกันชีวิตแต่ หลักฐาน ที่ ปรากฏ ดังกล่าว บางส่วน ก็ เป็น เอกสาร ที่ โจทก์ ส่ง ประกอบคำ ชี้แจง ตาม หนังสือ ของ โจทก์ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2533 ตามเอกสาร หมาย ล. 1 แผ่น ที่ 117 และ 118 ซึ่ง นาย ชัยยุทธ ศรีพรประเสริฐ ผู้รับมอบอำนาจ ของ โจทก์ ให้ ถ้อยคำ ไว้ ใน ชั้นพิจารณา อุทธรณ์ ว่าค่าใช้จ่าย ตาม หนังสือ ชี้แจง ดังกล่าว ไม่ได้ เป็น ส่วน หนึ่ง ของค่าใช้จ่าย สำนักงาน ใหญ่ ที่ เจ้าพนักงาน ได้ ตัด จ่าย ใน รอบ ระยะเวลา บัญชีปี พ.ศ. 2524 ถึง 2526 ตาม บันทึก คำให้การ เอกสาร หมาย ล. 1 แผ่น ที่ 43ถึง 45 อีก ทั้ง โจทก์ ไม่มี หลักฐาน แสดง ให้ เห็นว่า ค่าใช้จ่าย ดังกล่าวเป็น ไป เพื่อ ประโยชน์ แก่ กิจการ ของ โจทก์ แค่ไหน เพียงใด จึง ยัง รับฟังไม่ได้ ว่า รายจ่าย กรณี นี้ เป็น รายจ่าย เพื่อ หา กำไร หรือเพื่อ กิจการ โดยเฉพาะ ของ โจทก์ และ มิใช่ รายจ่าย เพื่อ กิจการ ใน ประเทศ ไทยโดยเฉพาะ ของ โจทก์ จึง เป็น รายจ่าย ที่ ไม่อาจ นำ มา คำนวณ กำไร สุทธิตาม มาตรา 65 ตรี (13)(14) แห่ง ประมวล รัษฏากร อุทธรณ์ ของ โจทก์ข้อ นี้ ฟังไม่ขึ้น อันดับ 2 เกี่ยวกับ การ จำหน่าย หนี้สูญ สำหรับ รอบ ระยะเวลา บัญชีปี พ.ศ. 2524 มี 3 ราย คือ ก. โรง พิมพ์ สหกรณ์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง จำนวนเงิน 19,000 บาท โจทก์ อุทธรณ์ ว่า โรง พิมพ์ ดังกล่าว เป็น หนี้ โจทก์ ตาม ใบ ส่ง สินค้าเอกสาร หมาย ล. 1 แผ่น ที่ 110 และ 111 โจทก์ ได้ ส่ง ใบ ทวงถาม หนี้สินไป ยัง โรง พิมพ์ ดังกล่าว ตาม เอกสาร หมาย ล. 1 แผ่น ที่ 108 ทาง โรง พิมพ์ดังกล่าว ไม่ยอม ชำระหนี้ อ้างว่า หลักฐาน การ รับ สินค้า ของ โรง พิมพ์สูญหาย เห็นว่า โจทก์ ไม่มี ใบสั่งซื้อ หรือ ใบ รับ ของ ของ โรง พิมพ์ดังกล่าว มา แสดง ยัง รับฟัง ไม่ได้ ว่า มี หนี้ จำนวน นี้ จริง จึง ไม่อาจนำ มา ตัด เป็น หนี้สูญ ได้ ข. บริษัท มหาชนอินเตอร์เนชั่นแนลพลับลิชชิ่ง จำกัด โจทก์ อุทธรณ์ ว่า โจทก์ ได้ ฟ้องบังคับ ให้ ลูกหนี้ ชำระหนี้ แล้ว ตาม สำเนาคำพิพากษา เอกส
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2538 · ทนอย Thanoy