คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 1738/2558
หลักกฎหมาย
การซื้อขายสินค้าลูกโลกรายพิพาทนี้ จำเลยที่ 3 ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการและ ม. ผู้จัดการทั่วไปของโจทก์ ซึ่งเป็นผู้ติดต่อกับบุคคลภายนอกทราบระเบียบการจัดซื้อและจัดจ้างของส่วนราชการเป็นอย่างดี เชื่อว่า ม. ทราบว่าการจัดซื้อลูกโลกรายพิพาทนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ แต่โจทก์เข้ามาเสนอขายลูกโลกให้แก่จำเลยที่ 3 ได้ทั้ง ๆ ที่เป็นการผิดระเบียบ แสดงว่า ม. สนิมสนมกับผู้บริหารของจำเลยที่ 3 เป็นอย่างดี และจำเลยที่ 3 ต้องทราบว่าโจทก์มีสินค้าตรงกับตัวอย่างที่นำไปเสนอประกวดราคาต่อกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มิเช่นนั้นจำเลยที่ 3 คงไม่เสนอซื้อจากโจทก์ ยิ่งไปกว่านั้นการที่โจทก์ทำใบเสนอราคาโดยไม่มีรายละเอียดของสินค้าเป็นการชี้ให้เห็นชัดขึ้นอีกว่าคงจะได้พูดคุยรายละเอียดถึงคุณลักษณะของสินค้าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ด้วยวาจาแล้วอันเป็นการรู้กัน จึงน่าเชื่อว่าลูกโลกสินค้าตัวอย่างที่จำเลยที่ 3 นำไปแสดงต่อกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นของโจทก์ การซื้อขายลูกโลกเป็นจำนวนมากในคราวเดียวกัน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ ม. จะไม่สอบถามจำเลยที่ 3 ว่าซื้อไปขายให้แก่ใคร เชื่อว่า ม. ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 3 ซื้อลูกโลกไปขายให้แก่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประการสำคัญโจทก์ต้องดัดแปลงตัวสินค้าเปลี่ยนฐานและแกนลูกโลกเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หากไม่แน่ใจว่าขายได้ย่อมเป็นการเสี่ยงแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับจำเลยที่ 3 ต้องไว้ใจกันเป็นพิเศษ อันมีลักษณะช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อกัน นอกจากนี้เมื่อโจทก์นำสินค้าไปส่งมอบแก่จำเลยที่ 3 คณะกรรมการตรวจรับสินค้าก็รับมอบสินค้าโดยไม่อิดเอื้อน ทั้ง ๆ ที่สินค้าไม่ตรงตามใบเสนอราคายิ่งแสดงให้เห็นว่ามีการพูดคุยกันแล้วล่วงหน้า เมื่อจำเลยที่ 3 ขอผัดผ่อนชำระราคา โจทก์ก็ยินยอม จนสุดท้ายจำเลยที่ 3 แจ้งว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวต้องการให้ทำมาตราส่วนที่แกนลูกโลกและขอให้เพิ่มแขวงใหม่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โจทก์ก็ยินยอม ซึ่งการแก้ไขมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิที่จะไม่แก้ไข แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโจทก์และจำเลยที่ 3 กระทำการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ส่วนราชการ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ชำระหนี้ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 10,252,850 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 9,370,953 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระราคาสินค้าลูกโลก ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ซื้อไปจากโจทก์ รวมเป็นเงิน 10,252,850 บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การดำเนินการของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นโดยจำเลยที่ 2 เพื่อให้ดำเนินกิจการทางการค้าเพื่อหารายได้ให้จำเลยที่ 2 มิได้มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 และพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยเหตุผลแห่งการวินิจฉัยว่า การซื้อขายลูกโลกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันโดยมิชอบ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนด้วยเหตุเดียวกัน โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้ตามฟ้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การซื้อขายลูกโลกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันโดยมิชอบอันจะถือว่าโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประสงค์จะซื้อลูกโลกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร จำนวน 9,731 ลูก โดยการประกวดราคา จำเลยที่ 3 ไปยื่นซองประกวดราคาด้วยและเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจำเลยที่ 3 จึงทำสัญญาซื้อลูกโลกจากโจทก์ในจำนวนดังกล่าว ราคาลูกละ 900 บาท เพื่อจัดส่งให้กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โจทก์ส่งมอบลูกโลกให้แก่จำเลยที่ 3 ครบถ้วนแล้ว แต่กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไม่ยอม รับมอบสินค้าอ้างว่าจำเลยที่ 3 ส่งมอบสินค้าไม่ตรงกับตัวอย่างที่นำไปแสดงและต่อมาได้ยกเลิกสัญญาซื้อขายกับจำเลยที่ 3 สำหรับประเด็นที่โจทก์ฎีกา โจทก์มีนายมนตรี ผู้จัดการทั่วไปของโจทก์เบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2543 เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ติดต่อไปยังพยานว่าต้องการซื้อสินค้า 7 ถึง 8 รายการ รวมทั้งลูกโลกด้วย เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ให้พยานนำตัวอย่างลูกโลกไปให้ดู พยานจึงนำลูกโลกที่จะขายไปให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 3 คือ นายอัศวินดู นายอิศวินถามว่าสามารถจัดทำลูกโลกที่มีแกนเป็นโลหะได้หรือไม่ และในประเทศไทยสามารถทำฐานและแกนโลหะได้หรือไม่ พยานจึงให้นายบุญเลิศ ทำตัวอย่างฐานและแกนโลหะแล้วนำไปให้นายอิศวินดูจนพอใจ ต่อมาเดือนสิงหาคม 2543 จำเลยที่ 3 แจ้งพยานว่าประสงค์จะซื้อลูกโลกกับแผนที่ ให้ทำใบเสนอราคาไปอีกครั้ง พยานจึงทำใบเสนอราคาลูกโลกไปใบละ 900 บาท เนื่องจากต้องนำเข้าจากดินแดนไต้หวันประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนและยังต้องเปลี่ยนเป็นฐานและแกนโลหะ รวมทั้งต้องทำกล่องบรรจุ ต่อมาจำเลยที่ 3 แจ้งว่าประสงค์จะซื้อลูกโลกกับแผนที่ให้ทำใบเสนอราคาไปใหม่อีกครั้ง พร้อมระบุคุณลักษณะของลูกโลก กำหนดเวลาส่งสินค้าและกำหนดเวลาชำระราคา พยานจึงได้จัดทำใบเสนอราคาเสนอจำเลยที่ 3 ตามที่จำเลยที่ 3 ต้องการ ต่อมาโจทก์ได้ส่งมอบลูกโลกให้แก่จำเลยที่ 3 พร้อมฐานและแกนโลหะที่พยานสั่งนายบุญเลิศ ทำให้ ณ สำนักงานของจำเลยที่ 3 แต่สินค้าไม่เรียบร้อยได้มีการแก้ไขจนเรียบร้อยและจำเลยที่ 3 ได้รับมอบสินค้าในกำหนด โจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 3 ซื้อลูกโลกไปขายให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่วนจำเลยมีนางสาวอัญญ์รัชต์ พนักงานจัดซื้อและพัสดุของจำเลยที่ 3 เบิกความว่า นายอัศวินมีบันทึกถึงนายวรพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคการเงินและบัญชีในขณะนั้นให้ฝ่ายจัดซื้อออกใบสั่งซื้อ นายวรพงษ์จึงสั่งการให้ฝ่ายจัดซื้อและพัสดุออกใบสั่งซื้อพร้อมขออนุมัติซื้อในคราวเดียวกันโดยมีข้อความว่า ขอด่วนไว้ด้วย ซึ่งเป็นการผิดขั้นตอนและระเบียบที่จะต้องเสนอผู้อำนวยการของจำเลยที่ 3 ให้อนุมัติคำสั่งซื้อก่อนฝ่ายจัดซื้อและพัสดุจึงจะออกใบสั่งซื้อ พยานตรวจดูใบเสนอราคาของโจทก์แล้วไม่ได้ระบุคุณลักษณะของสินค้า จึงโทรศัพท์ขอรายละเอียดจากโจทก์แล้วแจ้งให้นางมันทนา ผู้บังคับบัญชาของพยานทราบ นางมันทนาปรึกษากับนางผกากรองซึ่งเป็นหัวหน้าส่วน นางผกากรองโทรศัพท์ทักท้วงไปยังนายวรพงษ์ นายวรพงษ์ยืนยันคำสั่งเดิมให้ฝ่ายจัดซื้อและพัสดุออกใบสั่งซื้อตามที่นายอัศวินทำบันทึกสั่งการ ในวันเดียวกันโจทก์ได้ส่งโทรสารใบเสนอราคาระบุคุณลักษณะของสินค้ามาให้พยาน พยานจึงตั้งรหัสสินค้าและออกใบสั่งซื้อเสนอขออนุม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง