คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562
ฎีกาที่ 1738/2562
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงซื้อขายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 เมื่อจำเลยทั้งสองให้การและนำสืบพยานหลักฐานรับแล้วว่า การผลิตและส่งมอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงทุกต้นให้แก่โจทก์เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ประกอบกับก่อนการซื้อขายเสาเข็มพิพาทมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3568 (พ.ศ.2549) ให้ยกเลิกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 และกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับว่า มีการยกเลิกการอนุญาตให้ผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 แล้วกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 โดยกฎหมาย ดังนั้น แม้ว่าตามใบเสนอราคา/อนุมัติสั่งซื้อจะมิได้ระบุการซื้อขายเป็นการซื้อขายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ก็ต้องตีความการซื้อขายนี้ตามเจตนาของโจทก์และจำเลยทั้งสองขณะมีการทำสัญญา โดยมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมควบคุมการแสดงเจตนา
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินมัดจำ เงินค่าสินค้า และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 2,024,248 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,937,760 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอบังคับโจทก์ชำระเงินแก่จำเลยทั้งสองจำนวน 1,011,251 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 946,200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วน โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,234,260 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ซื้อเสาเข็มคอนกรีต 468 ต้น และเพลท 468 แผ่น จากจำเลยที่ 1 และจ้างจำเลยที่ 1 ตอกเสาเข็ม 468 ต้น รวมเป็นเงิน 2,714,400 บาท โจทก์วางเงินมัดจำค่าสินค้าและบริการให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,085,760 บาท จำเลยทั้งสองได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว ต่อมาระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 จำเลยที่ 1 นำเสาเข็ม 64 ต้น เพลท 64 แผ่น ไปส่งมอบให้โจทก์ในสถานที่ก่อสร้าง โดยเสาเข็มที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบแก่โจทก์มีสัญลักษณ์แสดงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 ขณะโจทก์ซื้อเสาเข็มจากจำเลยที่ 1 ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมยกเลิกการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 และกำหนดมาตรฐานขึ้นใหม่เป็นมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 โจทก์รับและชำระค่าเสาเข็ม 64 ต้น และ เพลท 64 แผ่น ดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสองเป็นเงิน 352,000 บาท แล้ว ในปลายเดือนพฤษภาคม 2557 โจทก์พบว่าเสาเข็มที่คนงานจำเลยที่ 1 ตอกเกิดแตกหักร้าว ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2557 โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยทั้งสอง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประเด็นข้อแรกว่า การซื้อขายเสาเข็มระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง 468 ต้น เป็นการซื้อขายเสาเข็มที่มิได้ระบุว่าเป็นการซื้อขายเสาเข็มที่ต้องเป็นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ดังนั้น เมื่อมีการตกลงซื้อขายดังเช่นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองส่งมอบเสาเข็มแล้ว แสดงว่าจำเลยทั้งสองปฏิบัติตามสัญญาแล้ว เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงซื้อขายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 เมื่อจำเลยทั้งสองให้การและนำสืบพยานหลักฐานก็รับแล้วว่า การผลิตและส่งมอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงทุกต้นให้แก่โจทก์เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ประกอบกับก่อนการซื้อขายเสาเข็มพิพาทมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 3568 (พ.ศ.2549) ให้ยกเลิกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 และกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ซึ่งจำเลยที่ 2 ก็เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองยอมรับว่ามีการยกเลิกการอนุญาตให้ผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2524 แล้วกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 โดยกฎหมาย ดังนั้น แม้ว่าตามใบเสนอราคา/อนุมัติสั่งซื้อจะมิได้ระบุการซื้อขายเป็นการซื้อขายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ก็ต้องตีความการซื้อขายนี้ตามเจตนาของโจทก์และจำเลยทั้งสองขณะมีการทำสัญญา โดยมีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมควบคุมการแสดงเจตนา ข้อเท็จจริงจึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้เป็นที่ยุติว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงซื้อขายเสาเข็มเป็นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงมาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ฎีกาประเด็นข้อแรกของจำเลยทั้งสองจึงฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประเด็นข้อสองว่า จำเลยทั้งสองส่งมอบเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มาตรฐานเลขที่ มอก.396-2549 ตามสัญญาซื้อขายให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่ โจทก์มีนายศักดิ์สิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า พยานรับมอบหมายจากโจทก์ให้กำกับดูแลและชี้จุดที่จะตอกเสาเข็ม มิได้สั่งการหรือกำหนดวิธีการตอกเสาเข็ม เมื่อโจทก์เห็นว่าเสาเข็มที่คนงานของจำเลยที่ 1 ตอกลงดินแล้วแตกชำรุดหลายต้นและเสาเข็มที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบมีมาตรฐา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง