คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 1743/2544
หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ไม่มีบทวิเคราะห์ศัพท์คำว่า "อาคาร" ไว้ แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรต้องตีความโดยเคร่งครัดในทางที่ไม่เป็นโทษแก่ราษฎรผู้ที่จะต้องเสียภาษีอากร ซึ่งคำว่า "อาคาร" นี้ ตามพจนานุกรมได้ให้ความหมายไว้ว่า หมายความถึง เรือน โรง สิ่งที่ก่อสร้างขึ้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น สถานีบริการน้ำมันโดยปกติแล้วจะมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ตัวอาคารที่เป็นที่ทำการตู้จำหน่ายน้ำมันและหลังคาที่ปกคลุมตู้จำหน่ายน้ำมัน รวมทั้งจะต้องเปิดโล่งให้รถยนต์เข้าไปเติมน้ำมันได้ ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้รวมกันเป็นสถานีบริการน้ำมันจึงถือว่าเป็นอาคาร ป้ายที่มีข้อความว่า "ซูพรีม97ซูพรีม 92" และ "ESSO รูปเสือ"อยู่ใต้หลังคาที่ปกคลุมตู้จำหน่ายน้ำมัน เป็นป้ายที่อยู่ภายในอาคารของสถานีบริการน้ำมันที่ใช้ประกอบการค้า ทั้งป้ายที่มีข้อความว่า "ซูพรีม 97ซูพรีม 92" มีขนาดกว้าง 60 เซนติเมตร ยาว 70 เซนติเมตร และป้ายที่มีข้อความว่า "ESSO รูปเสือ" มีขนาดกว้าง 50 เซนติเมตรยาว 100เซนติเมตร อันเป็นป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกินหนึ่งตารางเมตร ย่อมเข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 8(5) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 มาตรา 6 โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีป้าย ป้ายที่มีข้อความว่า "AMERICANEXPRESS" ซึ่งติดตั้งอยู่ในอาคารของโจทก์ ไม่ใช่ป้ายที่โจทก์เป็นเจ้าของ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลจำเลย ไม่ได้สืบหาเจ้าของป้ายผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มาตรา 18พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงไม่มีอำนาจแจ้งการประเมินภาษีป้ายดังกล่าวไปยังโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2542 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งประเมินค่าภาษีและเงินเพิ่มซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ ณ เลขที่ 1/59 ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประจำปี 2541 เป็นเงิน 62,616 บาทเงินเพิ่ม 6,262 บาท รวมเป็นเงิน 68,878 บาท ปี 2542 เป็นเงิน 62,616บาท รวมเป็นเงินค่าภาษีและเงินเพิ่มทั้งสิ้น 131,494 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีดังกล่าว จึงได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน2542 ต่อมาวันที่ 18 ตุลาคม 2542 โจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่าได้วินิจฉัยยืนตามการแจ้งประเมินบางรายการและบางรายการได้แก้ไขการประเมิน นอกจากนั้น จำเลยที่ 2 ยังได้แจ้งการประเมินภาษีป้ายอื่น ๆซึ่งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันเพิ่มเติมอีกในปี 2541 และ 2542 ปีละ 10,184 บาทรวมเป็นเงิน 20,368 บาท ในการจัดเก็บภาษีป้ายนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ต้องจัดเก็บตามบัญชีอัตราภาษีป้ายซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2535) และป้ายที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1 ตารางเมตรได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้ายตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535)โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการแจ้งประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2เพราะเป็นการประเมินที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือป้ายที่มีข้อความ "เอสโซ่ Tiger Mart" ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสถานีน้ำมัน พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินรวม 2 ป้าย แต่ละป้ายประเมินขนาดกว้าง520 เซนติเมตร ยาว 1,000 เซนติเมตร รวมเนื้อที่ป้ายละ 520,000 ตารางเซนติเมตรและประเมินค่าภาษีตามบัญชีอัตราภาษีป้ายประเภทที่ 2 อัตรา 20 บาท ต่อ500 ตารางเซนติเมตร รวมภาษีซึ่งประเมินปี 2541 และ 2542 ปีละ 41,600บาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ว่าป้ายดังกล่าวแต่ละป้ายมีขนาดกว้าง 500 เซนติเมตร ยาว 800 เซนติเมตร ซึ่งคิดเป็นเนื้อที่ป้ายละ 400,000ตารางเซนติเมตรและคิดเป็นค่าภาษีป้ายละ 16,000 บาท รวม 2 ป้ายเป็นค่าภาษีปีละ 32,000 บาท ก็ตาม การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะป้ายดังกล่าวแต่ละป้ายมีขนาดกว้างเพียง 480 เซนติเมตรยาว 312 เซนติเมตร รวมเนื้อที่ป้ายละ 341,760 ตารางเซนติเมตร คิดเป็นค่าภาษีป้ายละ 13,670 บาท รวมค่าภาษีทั้งสองป้ายเป็นเงิน 27,340.80บาท ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินภาษีป้ายให้แก่โจทก์ในปี 2541 และ2542 เป็นเงินปีละ 14,259.20 บาท รวม 2 ปี เป็นเงินทั้งสิ้น 28,518.40บาท ป้ายที่มีข้อความว่า "ESSO เครื่องหมายกรมสรรพากร เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์หัวจ่าย" ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณทางเข้าสถานีบริการน้ำมันซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินรวม 2 ป้าย แต่ละป้ายมีขนาดกว้าง 90 เซนติเมตรยาว 180 เซนติเมตร รวมเนื้อที่ป้ายละ 16,200ตารางเซนติเมตร และประเมินค่าภาษีตามบัญชีอัตราภาษีป้ายประเภทที่ 3 อัตรา 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร คิดเป็นค่าภาษีป้ายละ1,296 บาท รวม 2 ป้าย 2,592 บาท และจำเลยที่ 2 ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ยืนตามการประเมินแต่ปัดเศษเนื้อที่ซึ่งไม่ถึง 500 ตารางเซนติเมตร ทิ้ง คือคิดพื้นที่ป้ายละ 16,000 ตารางเซนติเมตรโดยคิดค่าภาษีป้ายละ 1,280 บาท รวม2 ป้าย เป็นค่าภาษี 2,560 บาท การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะป้ายดังกล่าวมีเพียงป้ายเดียวและภาษาไทยก็มิได้อยู่ต่ำกว่าคำว่าESSO ดังนี้ ป้ายนี้จึงต้องชำระภาษีตามบัญชีอัตราภาษีป้ายประเภทที่ 2อัตรา 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร คิดเป็นค่าภาษี 648 บาท ดังนั้นจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนค่าภาษีให้แก่โจทก์ในปี 2541 และ 2542 ปีละ 1,944บาท รวม 2 ปี เป็นเงินทั้งสิ้น 3,888 บาท ป้ายที่มีข้อความว่า "ซูพรีม 97ซูพรีม 92" ซึ่งติดตั้งบนหัวจ่ายน้ำมัน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1ประเมินรวม 6 ป้าย แต่ละป้ายมีขนาดกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 80 เซนติเมตรรวมเนื้อที่ 1,600 ตารางเซนติเมตรและประเมินค่าภาษีป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้ายประเภทที่ 1 อัตรา 3 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ทั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 200 บาทคิดเป็นค่าภาษีป้ายละ 200 บาท รวม 6 ป้าย เป็นค่าภาษี 1,200 บาท และจำเลยที่ 2 ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ยืนตามการประเมิน การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะป้ายดังกล่าวเป็นป้ายที่ติดตั้งภายในอาคารมีพื้นที่ไม่เกิน1 ตารางเมตร จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระภาษีป้ายตามกฎกระทรวงดังนั้นจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินค่าภาษีป้ายให้แก่โจทก์ในปี 2541 และ2542 ปีละ 1,200 บาท รวม 2 ปี เป็นเงินทั้งสิ้น 2,400 บาท ป้ายที่มีข้อความว่า "ESSO รูปเสือ" ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้หัวจ่ายน้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง