ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 175/2551

หลักกฎหมาย

ตามหนังสือมอบอำนาจตอนท้ายระบุว่า เพื่อเป็นหลักฐานในเรื่องดังกล่าวกรรมการผู้มีอำนาจได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทต่อหน้าโนตารีปับลิกประจำท้องถิ่น และยังมีข้อความว่า ลายมือชื่อ ตราประทับ และส่งมอบโดย อ. ผู้มีชื่อปรากฏข้างต้นต่อหน้าโนตารีปับลิก ตามคำฟ้องกับหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวแสดงว่าตามข้อบังคับของโจทก์ กรรมการผู้มีอำนาจจะลงลายมือชื่อผูกพันโจทก์ได้จะต้องประทับตราสำคัญของโจทก์ด้วย ฉะนั้น ในกรณีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินคดีแทนนี้ โจทก์ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าว ในเมื่อตามหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว อ. ลงลายมือชื่อโดยไม่ได้ประทับตราสำคัญของโจทก์ การมอบอำนาจดังกล่าวของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย หนังสือมอบอำนาจโจทก์บรรยายฟ้องมาเพียงว่า รายละเอียดตามหนังสือมอบอำนาจนั้น โจทก์จะได้เสนอศาลในชั้นพิจารณาต่อไปโดยโจทก์ไม่ได้แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมาท้ายฟ้อง จำเลยจึงไม่สามารถตรวจดูหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวและไม่สามารถยกเรื่องไม่มีตราสำคัญของโจทก์ประทับในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การได้ นอกจากนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ก็ได้ยกเรื่องหนังสือมอบอำนาจมาวินิจฉัยดังนี้ ถือได้ว่าปัญหาข้อนี้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ จำเลยจึงยกปัญหาข้อนี้ข้ออ้างอิงในการยื่นอุทธรณ์ได้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนที่ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีนายเอ็ดมุน ลิม คิม เล็ง เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามกับประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันวินาศภัยทุกประเภท โจทก์โดยนายเอ็ดมุน ลิม คิม เล็ง กรรมการผู้มีอำนาจได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์มอบอำนาจให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดสำนักงานกฎหมายเอ็มแอนด์ดับบลิว ดำเนินคดีนี้ จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัด จดทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ในการรับขนส่งสินค้าและคนโดยสารและรับเป็นตัวแทนในการดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อบำเหน็จทางการค้าปกติ โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยสินค้ายาวีโนโกลบูลิน จำนวน 200 ขวด ที่บริษัทอัลฟา เทราพิวทิค เอเชีย พีทีอี จำกัด ในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ขายให้แก่บริษัทอัลฟา เทราพิวทิค (ประเทศไทย) จำกัด การซื้อขายตกลงกันภายใต้เงื่อนไขแบบ CIF BANGKOK รวมเป็นเงิน 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยให้ขนส่งสินค้าทางอากาศ ผู้ขายติดต่อขอเอาประกันภัยสินค้าสินค้าดังกล่าวต่อโจทก์ โจทก์ตกลงรับประกันภัยโดยมีทุกประกันภัยจำนวน 14,300 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสินค้าถูกขนส่งถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ ผู้ซื้อได้ว่าจ้างให้จำเลยดำเนินพิธีการศุลกากร และจัดการขนส่งจากท่าอากาศยานกรุงเทพส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อที่คลังสินค้าของผู้ซื้อโดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องดูแลจัดการขนส่งสินค้าให้ถึงคลังสินค้า และจัดเก็บเข้าคลังสินค้าของผู้ซื้อภายในวันที่ได้รับมอบสินค้าจากท่าอากาศยานกรุงเทพ เนื่องจากสินค้าต้องถูกจัดเก็บในคลังสินค้าที่กำหนดอุณหภูมิไว้ไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส จำเลยตกลงดำเนินการตามเงื่อนไขที่ผู้ซื้อว่าจ้าง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2545 จำเลยดำเนินพิธีการศุลกากรเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำเลยติดต่อขอรับมอบสินค้าไปจากคลังสินค้าของท่าอากาศยานกรุงเทพ แต่จำเลยมิได้จัดการขนส่งสินค้มามอบให้แก่ผู้ซื้อภายในวันที่ได้รับมอบสินค้า จนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ผู้ซื้อตรวจพบว่าจำเลยยังมิได้นำสินค้ามาส่งมอบให้ตามที่ตกลงกัน เป็นเวลาเกินกว่า 3 วัน ถือว่าจำเลยประพฤติผิดข้อตกลงและผิดสัญญาต่อผู้ซื้อ เหตุดังกล่าวทำให้สินค้าทั้งหมดได้รับความเสียหายเสื่อมคุณภาพลงไม่อาจนำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากสินค้าดังกล่าวเป็นยาที่ต้องนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วย อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงแก่ผู้ใช้ยา ต่อมาผู้ซื้อดำเนินการตรวจสอบพบว่าสินค้าได้รับความเสียหายไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้จึงทำลายทิ้งทั้งหมดและแจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย แต่จำเลยเพิกเฉย ผู้ซื้อจึงเรียกร้องค่าเสียหายมายังตัวแทนของโจทก์ในประเทศไทย โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ซื้อเป็นเงิน 561,092.20 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลย โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2545 คิดถึงวันฟ้องได้เป็นเงิน 34,703.23 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน 595,796.43 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 595,796.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 561,093.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 595,796.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 561,093.20 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 มิถุนายน 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกัน รับฟังเป็นยุติว่า บริษัทอัลฟา เทราพิวทิค เอเชีย พีทีอี จำกัด ซึ่งอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ได้ขายสินค้าคือยาวีโนโกลบูลิน จำนวน 200 ขวด ให้แก่บริษัทอัลฟา เทราพิวทิค (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีการซื้อขายภายใต้เงื่อนไขแบบ CIF BANGKOK ในราคา 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ และโจทก์ได้รับประกันภัยสินค้าดังกล่าวไว้จากบริษัทอัลฟา เทราพิวทิว เอเชีย พีทีอี จำกัด ในทุนประกันภัยจำนวน 14,300 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีข้อตกลงว่าหากสินค้าได้รับความเสียหายหรือสูญหายไปไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุใดๆ หรือจากภัยใดก็ตามในระหว่างการขนส่งจากคลังสินค้าของผู้ขายไปจนถึงคลังสินค้าของผู้ซื้อ โจทก์ตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณีตามความเสียหายที่แท้จริงตามกรมธรรม์ประกันภัยพร้อมคำแปล เมื่อสินค้าดังกล่าวถูกขนส่งถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ บริษัทอัลฟา เทราพิวทิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ซื้อได้ว่าจ้างให้จำเลยดำเนินการเกี่ยวกับพิธีการศุลกากร ในวันที่ 13 มิถุนายน 2545 จำเลยได้ดำเนิ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2551 · ทนอย Thanoy