ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551

ฎีกาที่ 176/2551

หลักกฎหมาย

ตัวแทนที่จะต้องรับผิดตามสัญญาแต่ลำพังจะต้องเป็นตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศตาม ป.พ.พ. มาตรา 824 จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าร่วมขนถ่ายสินค้าและทำให้สินค้าเสียหาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายดังกล่าว ผู้ขนส่งได้รับสินค้าไว้จากผู้ส่ง ณ ต้นทางในสภาพเรียบร้อยแต่ความเสียหายเกิดขึ้นในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของเรือที่ขนส่งสินค้าจึงต้องรับผิดเพื่อความเสียหายดังกล่าว จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ 5 ได้ทำสัญญาแทนจำเลยที่ 5 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ จำเลยที่ 6 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 5 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 824 เหตุที่จะไม่นำข้อจำกัดความรับผิดมาใช้ตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 60 ต้องเป็นเรื่องที่ผู้ขนส่งมีความบกพร่องอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่รวมถึงการประมาทเลินเล่อธรรมดา เมื่อเหตุที่สินค้าเสียหายมิได้เกิดจากการที่จำเลยที่ 5 ที่ 6 หรือตัวแทนกระทำหรืองดเว้นกระทำการโดยเจตนาที่จะให้เกิดการเสียหาย หรือโดยละเลย หรือไม่เอาใจใส่ทั้งที่รู้ว่าการเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้หรือไม่ซึ่งจะตกอยู่ในบังคับมาตรา 60 (1) จำเลยที่ 5 และที่ 6 จึงได้รับประโยชน์โดยผลของกฎหมายในการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งตามมาตรา 58

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 บริษัทกระดาษสหไทย จำกัด (มหาชน) ได้สั่งซื้อสินค้า คือ ลูกกลิ้งสำหรับทำกระดาษ จำนวน 6 อัน ราคา 23,100 ปอนด์สเตอร์ลิง จากบริษัทเดวิด เบนลี่ย์ จำกัด ในประเทศอังกฤษ โดยผู้ซื้อได้เอาประกันภัยสินค้าไว้ต่อโจทก์ ผู้ขายที่ประเทศอังกฤษได้ส่งมอบสินค้าให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ในสภาพเรียบร้อย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้นำสินค้าบรรทุกลงเรือฮุนได เยนเนอรัล ณ ท่าเรือประเทศอังกฤษ โดยจำเลยที่ 1 ได้ออกใบตราส่งอันเป็นหลักฐานการขนส่งให้ผู้ขายและจำเลยที่ 3 ออกใบตราส่งให้จำเลยที่ 1 เมื่อเรือมาถึงเมืองพอร์ทคลาง ประเทศมาเลเซีย ได้มีการขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือและนำไปบรรทุกลงเรือสินาร์ บาลี ซึ่งมีจำเลยที่ 5 เป็นเจ้าของ หลังจากนั้นจำเลยที่ 5 โดยจำเลยที่ 6 ตัวแทนได้ออกใบตราส่งให้จำเลยที่ 3 เรือสินาร์ บาลี เดินทางมาถึงท่าเรือกรุงเทพในวันที่ 17 กรกฎาคม 2546 จากนั้นจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 ในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 6 ในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 5 ได้ร่วมกันขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือมาไว้ในคลังสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่จำเลยทั้งสามไม่ได้ใช้ความระมัดระวังให้ดีพอทำให้ลังที่บรรจุสินค้าตกลงมากระแทกพื้น เป็นเหตุให้ลูกกลิ้งเกิดความเสียหาย 1 อัน คิดเป็นเงิน 304,457.49 บาท โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อตามสัญญาประกันภัยแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2546 และได้บอกกล่าวทวงถามเรียกค่าสินไหมทดแทนไปยังจำเลยทั้งหก แต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉย ขอให้ยังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 304,457.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 กันยายน 2546 คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 16,174.30 บาท รวมเป็น 320,631.79 บาท และให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 304,457.49 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับจ้างจากผู้ส่งหรือผู้ขายให้ขนส่งสินค้า ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้จำเลยที่ 3 ขนส่งสินค้าแทน โดยมีเงื่อนไขการขนส่งแบบ ซีเอฟเอส/ซีเอฟเอส ผู้ส่งของนำสินค้ามาส่งให้จำเลยที่ 3 ที่ท่าเรือต้นทาง จำเลยที่ 3 หรือตัวแทนเป็นผู้บรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อเรือเดินถึงท่าเรือกรุงเทพ ผู้ขนส่งส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย ตู้คอนเทนเนอร์และตราผนึกตู้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ความเสียหายของสินค้าไม่ได้เกิดจากการละเลยหรือไม่เอาใจใส่หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดก็รับผิดไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อหนึ่งหน่วยการขนส่ง หรือกิโลกรัมละสามสิบบาทต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้น แล้วแต่เงินจำนวนใดจะมากกว่า ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2และที่ 4 ให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 2 และที่ 4 ไม่ได้ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าทางทะเล แต่ประกอบกิจการเป็นผู้รับจัดการขนส่ง (FREIGHT FORWARDER) หรือเป็นเพียงตัวแทนในธุรกิจการรับขนทางทะเลเท่านั้นมิใช่เป็นผู้รับขน จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 เนื่องจากใบตราส่งเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นในต่างประเทศและจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้ออกหรือเข้าทำสัญญาแทนจำเลยที่ 1 ทั้งไม่ได้ร่วมหรือช่วยยกสินค้าจากเรือสินาร์ บาลี มาไว้ในคลังสินค้า หากจำเลยที่ 2 และที่ 4 ต้องรับผิดก็จำกัดความรับผิดโดยรับผิดไม่เกินข้อจำกัดความรับผิดตามกฎหมาย คือ กิโลกรัมละสามสิบบาทต่อน้ำหนักสุทธิแห่งของนั้น ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 5 และที่ 6 ให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 5 ประกอบกิจการของส่งสินค้าทางทะเลและแต่งตั้งจำเลยที่ 6 เป็นตัวแทนเจ้าของเรือหรือตัวแทนผู้ขนส่ง ในการดำเนินงานเกี่ยวกับธุรกิจการรับขนของทางทะเล โดยรับผิดชอบในช่วงการขนส่งสินค้าจากท่าเรือเมืองพอร์ทคลาง ประเทศมาเลเซียไปยังปลายทางที่ท่าเรือกรุงเทพ โดยมีเงื่อนไขในการขนส่งแบบ เอฟซีเอส/เอฟซีเอส ผู้ขนส่งไม่เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการบรรจุสินค้าลงในตู้คอนเทนเนอร์เพราะเป็นหน้าที่ของบริษัทดับบลิวเอสเอ ไลน์ (มาเลเซีย) จำกัด จำเลยที่ 5 จึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบบสลายของสินค้าพิพาท เมื่อเรือสินาร์ บาลี บรรทุกสินค้าเดินทางมาถึงท่าเรือกรุงเทพ จำเลยที่ 6 ในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์พิพาทปรากฏว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อย จำเลยที่ 5 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการขนส่งถูกต้องครบถ้วนแล้ว เมื่อขนถ่ายสินค้าจำนวน 76 หีบห่อออกจากตู้คอนเทนเนอร์ จึงพบว่ามีหีบห่อเสียหาย 11 หีบห่อ รวมทั้งสินค้าลูกกลิ้งของโจทก์ 6 หีบห่อ โดยปรากฏว่าหีบห่อทั้ง 6 หีบห่อแตกหักทั้งหมด แต่หีบห่อหมายเลข 5 น้ำหนักสินค้าสุทธิ 1,895 กิโลกรัม ไ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2551 · ทนอย Thanoy