คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542
ฎีกาที่ 1772/2542
หลักกฎหมาย
สัญญาซื้อขายข้าวระหว่างโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 กับจำเลยทำขึ้นตามข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปตามที่ระบุในสัญญาของ กาฟต้า โดยสัญญาดังกล่าวระบุว่า ข้อพิพาทใด ๆที่เกิดขึ้นจากหรือตามสัญญานี้จะต้องพิจารณาตัดสินโดยอนุญาโตตุลาการตาม กฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 ของกาฟต้าที่ใช้บังคับในวันทำสัญญานี้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้และถือว่าคู่สัญญาต่างทราบกันดีอยู่แล้ว กฎอนุญาโตตุลาการและแบบฟอร์มสัญญาดังกล่าวจึงผูกพันใช้บังคับได้ กฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 เปิดโอกาสให้คู่กรณีเพียงแต่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และส่งเอกสารเพิ่มเติมได้เท่านั้น ส่วนกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็เป็นผู้ที่ได้รับเลือกไว้แล้วตามข้อ 9 ของข้อบังคับว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการฉบับที่ 125 หาได้ให้ คู่กรณีแต่งตั้งกรรมการในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ไม่ เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และคำชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็นไปตามกฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 ของกาฟต้าตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาซื้อขายแล้ว แม้วิธีพิจารณาของอนุญาโตตุลาการตามกฎดังกล่าว จะแตกต่างไปจากบทบัญญัติในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 อยู่บ้าง จำเลยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว จะอ้างว่าขัดต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฯ เพราะมิได้ แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการในชั้นพิจารณาอุทธรณ์หาได้ไม่ ทั้ง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและคำชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ก็เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศที่อยู่ ในบังคับแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับ ชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์ก ลงวันที่10 มิถุนายน 2501(ค.ศ. 1958) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอันจะได้ รับรองและบังคับในราชอาณาจักรไทยตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลจะทำคำสั่งปฏิเสธไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ก็ต่อเมื่อปรากฏว่ามีเหตุตามมาตรา 34 และ มาตรา 35 เมื่อโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2ฟ้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศฉบับนครนิวยอร์กฯ ซึ่งศาลมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับ ตามคำชี้ขาดเสียได้ต่อเมื่อจำเลยซึ่งจะถูกบังคับสามารถ พิสูจน์ได้ว่ามีกรณีตามที่ระบุไว้ในอนุมาตรา(1) ถึง (6) ของมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการฯ กรณีใด กรณีหนึ่งหรือมีกรณีตามที่ระบุไว้ในมาตรา 35 เท่านั้น แต่ก็ ไม่ปรากฏกรณีดังกล่าว ดังนั้น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและ คำชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นคำชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการต่างประเทศที่อยู่ในบังคับแห่งอนุสัญญาว่าด้วย การยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์กฯ อันจะได้รับการรับรองและบังคับในราชอาณาจักรไทยตามพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง และผูกพันจำเลย โจทก์ขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ที่อยู่ในบังคับแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้ บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศฉบับนครนิวยอร์ก กรณีจึงอยู่ใต้บังคับแห่ง มาตรา 34(6) ของพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการฯ ให้ศาลปฏิเสธคำชี้ขาดที่ยังไม่มีผลผูกพัน เป็นยุติ ฉะนั้น แม้อนุญาโตตุลาการของกาฟต้า จะมีคำชี้ขาดในวันที่ 25 มีนาคม 2535 ก็ตาม แต่เมื่อกรณียังสามารถอุทธรณ์ คำชี้ขาดไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกาฟต้าได้คำชี้ขาดดังกล่าวจึงยังไม่มีผลผูกพันเป็นยุติ จึงต้องถือตามคำชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งมีผลผูกพันเป็นยุติดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 และจำเลยนำข้อพิพาท เสนออนุญาโตตุลาการชี้ขาด เมื่ออนุญาโตตุลาการชี้ขาดแล้ว โจทก์ที่ 1 และจำเลยได้อุทธรณ์คำชี้ขาดต่อคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ตามกฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 ส่วนโจทก์ที่ 2 ยื่นเอกสารผลการพิจารณา คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัย ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ 1 และ โจทก์ที่ 2 เมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ 2536 ซึ่งโจทก์ทั้งสอง และจำเลยได้รับทราบตามพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 21 วรรคสี่ โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2537 อันมีผลเป็นการยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการคำร้องขอของโจทก์จึงยื่นภายในระยะเวลาที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการฯ มาตรา 30 กำหนดไว้แล้ว เมื่อตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันฟ้องไว้โดย โจทก์ที่ 1 ขอคิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ25.1บาทและ1ปอนด์สเตอร์ลิง ต่อ 38 บาท ส่วนโจทก์ที่ 2 ขอคิดอัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 25.50 บาท และ 1 ปอนด์สเตอร์ลิง ต่อ 38 บาท ดังนั้น หากอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ ศาลพิพากษาหรือ ในวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนก่อนวันพิพากษาสูงกว่าอัตรา ที่โจทก์ขอ ก็คงให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนได้ไม่เกินไปกว่าอัตรา ที่โจทก์ขอไว้
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 196ป.วิ.พ. 142พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 18พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 21พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 29พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 30พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 34พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 35
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกบริษัทเจ็ท เอ็นเตอร์ไพร์เซส จำกัด ว่า โจทก์ที่ 1 เรียกบริษัทซิโซสตราด เอส.เอ. ว่า โจทก์ที่ 2 และจำเลยทั้งสองสำนวนเป็นบุคคลคนเดียวกัน โจทก์ที่ 1 ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาซื้อข้าวจำนวน 30,000 เมตริกตัน จากจำเลย ภายหลังมีข้อโต้แย้งกันว่าต่างฝ่ายต่างผิดสัญญา โจทก์ที่ 1 และจำเลยได้นำข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการของสมาคมการค้าเมล็ดข้าวและอาหาร กรุงลอนดอน (กาฟต้า) วินิจฉัยชี้ขาด ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาซื้อขายข้าวอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของโจทก์ที่ 1 ในส่วนที่โจทก์ที่ 1 เรียกร้องให้จำเลยชำระเงินจำนวน 934,491 ดอลลาร์ สหรัฐ โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์คำชี้ขาดต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกาฟต้า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2536 ชี้ขาดว่าจำเลยผิดสัญญาซื้อขายทำให้โจทก์ที่ 1 สูญเสียผลกำไรอันควรได้เป็นเงิน 656,509.50 ดอลลาร์สหรัฐพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับจากวันที่ 28 กรกฎาคม 2532 จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2536 สำหรับประเด็นการจ่ายเงินค่าชดเชยในการขนถ่ายสินค้าล่าช้าให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 201,662.28 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับจากวันที่ 1 กันยายน 2532 จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2536 ให้แก่โจทก์ที่ 1คำชี้ขาดเป็นที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าเสียหาย 1,244,349.06 ดอลลาร์ สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปีของต้นเงิน 858,171.78 ดอลลาร์ สหรัฐนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับชำระค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการเป็นเงิน 11,472.65 ปอนด์สเตอร์ลิง แก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าโจทก์ที่ 2 ได้ทำสัญญาซื้อข้าวจำนวน 15,000 ตันจากจำเลย ต่อมาจำเลยได้ส่งสินค้าตามสัญญาซื้อขายให้แก่โจทก์ที่ 2 แล้วแต่มีข้อพิพาทในเรื่องการคำนวณค่าชดเชยในการขนถ่ายสินค้าลงเรือฮังฟุกเกินกว่าระยะเวลาการขนถ่ายสินค้าที่กำหนดไว้และพิพาทในเรื่องการคำนวณเงินตอบแทนในการขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ซึ่งโจทก์ที่ 2 ต้องชำระให้จำเลยโจทก์ที่ 2 ได้ยื่นเรื่องต่ออนุญาโตตุลาการตามกฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125ของสมาคมการค้าเมล็ดข้าวและอาหาร กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ(กาฟต้า) โจทก์ที่ 2 และจำเลยได้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการเข้าร่วมพิจารณาที่กรุงลอนดอน และได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2535 ให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยการขนถ่ายเกินกำหนดเวลาเป็นเงิน 48,756.25 ดอลลาร์ สหรัฐ และค่าตอบแทนการขนถ่ายสินค้าลงเรือเร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโจทก์ที่ 2 ต้องชำระให้แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยของเงิน จำนวน 48,756.25 ดอลลาร์ สหรัฐในอัตราร้อยละ 11 ต่อปี นับจากวันที่ 13 กันยายน 2532 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2535 จำเลยได้อุทธรณ์คำชี้ขาดไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 ของกาฟต้าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยยืนตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชั้นต้นให้จำเลยชำระเงิน 48,756.25 ดอลลาร์ สหรัฐพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับจากวันที่ 13 กันยายน 2532 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2536 แก่โจทก์ที่ 2 คำชี้ขาดเป็นที่สุดแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน48,756.25 ดอลลาร์ สหรัฐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จและให้ชำระค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการจำนวน 2,863.75 ปอนด์สเตอร์ลิง แก่โจทก์ที่ 1 จำเลยทั้งสองสำนวนให้การในทำนองเดียวกันว่า การขอบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศนี้จะต้องทำเป็นคำร้องขอต่อศาล คำฟ้องโจทก์ทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของอนุญาโตตุลาการตามฟ้องไม่ใช่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 ไม่มีผลผูกพันจำเลย กฎอนุญาโตตุลาการข้อที่ 125 และแบบฟอร์มของสัญญาหมายเลข 119 ของสมาคมการค้าเมล็ดข้าวและอาหารกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในแบบสัญญาดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมิได้ฟ้องคดีภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันแจ้งคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการให้จำเลย คดีจึงขาดอายุความคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสองให้จำเลยชำระเงินเป็นเงินตราต่างประเทศนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,244,349.06 ดอลลาร์ สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 858,171.78 ดอลลาร์ สหรัฐ นับแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537จนกว่าจะชำระเสร็จและเงินจำนวน 11,472.65 ปอนด์สเตอร์ลิง แก่โจทก์ที่ 1 กับให้ชำระเงินจำนวน 70,756.25 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 48,756.25 ดอลลาร์สหรัฐ นับแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง