คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 1784/2552
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำชื่อทางการค้าคำว่า "HITACHI" และ "ฮิตาชิ" ของโจทก์ไปใช้ในเชิงธุรกิจ เมื่อกิจการของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นกิจการเช่นเดียวกับกิจการของโจทก์หรือบริษัทในเครือ จึงมีโอกาสที่สาธารณชนจะหลงผิดเข้าใจว่า กิจการของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นกิจการในเครือ หรือเป็นสาขาหรือมีส่วนสัมพันธ์กับโจทก์ จึงเป็นไปโดยไม่สุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ทั้งเป็นการจดทะเบียนชื่อนิติบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะอาจทำให้สาธารณชนเกิดความหลงผิดได้ โจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ระงับความเสียหาย และขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้ชื่อดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 421 และตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ.2538 ข้อ 20 (8)
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่นประกอบอาชีพผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและสินค้าอื่นๆ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ต่างเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าคำว่า "HITACHI" และ "ฮิตาชิ" ซึ่งเป็นเสียงอ่านในภาษาไทยของชื่อทางการค้าคำว่า "HITACHI" โดยโจทก์ได้คิดประดิษฐ์ชื่อทางการค้าดังกล่าวขึ้น และใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวในการประกอบกิจการค้าเกี่ยวข้องกับสินค้าของโจทก์มาเป็นเวลานานหลายสิบปี และใช้ชื่อทางการค้าดังกล่าวเป็นภาคส่วนสาระสำคัญของชื่อนิติบุคคลของโจทก์ด้วย นอกจากนี้ โจทก์ยังเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "HITACHI" และ "ฮิตาชิ" เพื่อใช้กับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและสินค้าอื่นๆ หลายชนิด ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังกล่าวนำมาใช้และได้รับการโฆษณาเผยแพร่อย่างกว้างขวางจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมแพร่หลายของสาธารณชนทั่วไป โดยเฉพาะเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่สาธารณชนไทยมาเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2540 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และนางสาวดวงกมล หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 อีกคนหนึ่งได้ร่วมกันนำคำว่า "HITACHI" และ "ฮิตาชิ" ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปยื่นขอจองชื่อนิติบุคคล และขอจดทะเบียนเป็นภาคส่วนสาระสำคัญของชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ต่อจำเลยที่ 4 ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อนิติบุคคลว่า "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามฮิตาชิ มอเตอร์ เซลส์" และมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "SIAM HITACHI GROUP LIMITED PARTNERSHIP" เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ถึงวันที่ 21พฤศจิกายน 2546 จำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 3 ได้นำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปยื่นขอจองชื่อนิติบุคคลและขอจดทะเบียนเป็นภาคส่วนสาระสำคัญของชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 3 ต่อจำเลยที่ 4 ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อนิติบุคคลว่า "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามฮิตาชิ กรุ๊ป" มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "SIAM HITACHI MOTOR SALES LIMITED PARTNERSHIP" การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และผู้เกี่ยวข้องเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต และเป็นการละเมิดต่อสิทธิในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 4 รับจดทะเบียนชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลแล้ว แต่จำเลยดังกล่าวเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 กับที่ 2 และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เสียใหม่โดยมิให้ใช้คำว่า "HITACHI" คำว่า "ฮิตาชิ" หรือคำอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับคำดังกล่าว หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ยอมดำเนินการก็ให้จำเลยที่ 4 เพิกถอนชื่อนิติบุคคลและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 1และที่ 3 ออกเสียจากทะเบียน หากจำเลยที่ 4 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และขอให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ หรือเข้าเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ รวมทั้งชื่อทางการค้าและเครื่องหมายอื่นใดที่เหมือนหรือคล้ายกับชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทั้งนี้ไม่ว่ากับกิจการค้า สินค้า หรือบริการใดใดทั้งสิ้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นขอจองชื่อและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลชื่อ "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามฮิตาชิ มอเตอร์ เซลส์" และ "ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามฮิตาชิ กรุ๊ป" โดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมายไม่ได้นำชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าคำว่า "HITACHI" และ "ฮิตาชิ" ของโจทก์ไปเป็นภาคส่วนสาระสำคัญในการจองชื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แต่อย่างใด ชื่อของจำเลยที่ 1 และที่ 3 แตกต่างกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ไม่ทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิด การประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ได้ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์หรือได้รับความเสียหายตามที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะมาควบคุมคุณภาพของบริการหรือสินค้าของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ก็มิได้ส่งผลกระทบไม่ว่าในทางใดๆ กับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ นายยาซุโอะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารกลุ่มทรัพย์สนทางปัญญาเท่านั้น ไม่ใช่กรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ จำเลยที่ 4 ได้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานทะเบียนห
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง