ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 1792/2555

หลักกฎหมาย

แม้หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง อาจมีขึ้นก่อนหรือหลังทำสัญญากู้ก็ตาม อย่างไรก็ดี ตามใบคำขอใช้บริการสินเชื่อระบุข้อความให้ธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมา โอนเงินกู้สินเชื่อเมื่อผ่านขั้นตอนการอนุมัติแล้วแก่จำเลย แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานของธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาได้บันทึกไว้ในเอกสารหมายใดให้เชื่อมโยงกันว่าเงินกู้จำนวนดังกล่าวได้ถูกโอนเข้าบัญชีของจำเลย ประกอบกับตามรายการคำนวณยอดหนี้สินเชื่อบุคคล เป็นเอกสารที่โจทก์ทำขึ้นฝ่ายเดียว เช่นเดียวกับแบบพิมพ์ข้อมูลแสดงรายการที่ระบุว่าจำเลยรับเงินกู้ ก็เป็นเอกสารของธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาทำขึ้นเอง กับทั้งระบุความเพียงว่ามีการโอนเงินเข้าฝากในบัญชีออมทรัพย์ธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้อง ในชื่อของจำเลย โดยไม่มีลายมือชื่อจำเลยลงนามไว้แต่อย่างใด ดังนี้ ใบคำขอใช้บริการสินเชื่อที่จำเลยกรอกข้อความและลงลายมือชื่อในช่องลายมือชื่อของผู้กู้ จึงไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ที่โจทก์จะใช้ฟ้องร้องบังคับจำเลยได้

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 329,972.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 24 ต่อปี ของต้นเงิน 196,026.79 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ส่งเอกสารแทนการสืบพยานได้ความเป็นเบื้องแรกว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2546 จำเลยยื่นคำขอใช้บริการสินเชื่อ วงเงิน 230,000 บาท โดยมีข้อตกลงส่งมอบเงินด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คำขอใช้บริการสินเชื่อตามฟ้องเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือไม่ เห็นว่า แม้หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามมาตรา 653 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อาจมีขึ้นก่อนหรือหลังทำสัญญากู้ก็ตาม เมื่อตามใบคำขอใช้บริการสินเชื่อระบุข้อความให้ธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมา โอนเงินกู้สินเชื่อเมื่อผ่านขั้นตอนการอนุมัติของธนาคารแล้วแก่จำเลย แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานของธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาได้บันทึกไว้ในเอกสารหมายใดให้เชื่อมโยงกันว่าเงินกู้จำนวนดังกล่าวได้ถูกโอนเข้าบัญชีข้างต้นตามแบบพิมพ์ข้อมูลแสดงรายการที่ระบุว่าจำเลยรับเงินกู้ที่สำแดงไว้ ประกอบกับตามรายการคำนวณยอดหนี้สินเชื่อบุคคล เป็นเอกสารที่โจทก์ทำขึ้นฝ่ายเดียว เช่นเดียวกับแบบพิมพ์ข้อมูลแสดงรายการที่ระบุว่าจำเลยรับเงินกู้ ก็เป็นเอกสารของธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาทำขึ้นเอง กับทั้งระบุความเพียงว่ามีการโอนเงินเข้าฝากในบัญชีออมทรัพย์ธนาคารที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้อง สาขาบางแค 009 - 3 - 047xxx - x ชื่อบัญชีนายสมศักดิ์ โดยไม่มีลายมือชื่อจำเลยลงนามไว้แต่อย่างใด ดังนี้ ใบคำขอใช้บริการสินเชื่อที่จำเลยกรอกข้อความและลงลายมือชื่อในช่องลายมือชื่อของผู้กู้ จึงไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมตามมาตรา 653 วรรคหนึ่ง ที่โจทก์จะใช้ฟ้องร้องบังคับจำเลยดังที่โจทก์อ้างเถียง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2555 · ทนอย Thanoy