คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 1803/2534
หลักกฎหมาย
บ้านพิพาทเป็นของจำเลยกับ ช. ร่วมกัน แม้หลักฐานทางทะเบียนจะปรากฏชื่อ ช.เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวและช. จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้ผู้ร้อง ก็ไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของจำเลยโอนมาเป็นของผู้ร้องด้วย เพราะจำเลยมิได้แสดงเจตนายกให้ผู้ร้องทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้เห็นการที่ ช. จดทะเบียนยกบ้านพิพาทให้ผู้ร้อง จะถือว่าจำเลยยอมให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของจำเลยโอนไปเป็นของผู้ร้องด้วยไม่ได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยบ้านพิพาท.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่133/141 ซอยสงวนทรัพย์ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าบ้านดังกล่าวเป็นของผู้ร้องโดยผู้ร้องได้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากบิดา มิใช่เป็นของจำเลย ขอให้ปล่อยบ้านที่ยึด โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นบุตรนายเชื่อม ดาวเรือง และจำเลยบ้านที่ยึดเป็นของนายเชื่อมและจำเลย มิใช่ของผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลยกับนายเชื่อมร่วมกัน ผู้ร้องเป็นบุตรของจำเลยกับนายเชื่อมย่อมจะต้องทราบดี แม้หลักฐานทางทะเบียนจะปรากฏชื่อนายเชื่อมเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว และนายเชื่อมได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องและนางสาวชิต ก็ไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของจำเลยโอนมาเป็นของผู้ร้องและนางสาวชิต ด้วย เพราะจำเลยมิได้แสดงเจตนายกให้แก่ผู้ร้องและนางสาวชิต ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้เห็นการที่นายเชื่อมจดทะเบียนยกบ้านพิพาทให้ผู้ร้องและนางสาวชิต จะถือว่าจำเลยยอมให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของจำเลยโอนไปเป็นของผู้ร้องและนางสาวชิต ด้วยไม่ได้ โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านพิพาทเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยบ้านพิพาท พิพากษายืน.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง