ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 1809/2545

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และมาตรา 4 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า จัดหางานหมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างโดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ฉะนั้น การที่จะเป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวได้จะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหางาน โจทก์จึงต้องแสดงให้เห็นว่าจำเลยประกอบธุรกิจจัดหางาน หรือดำเนินการเพื่อส่งคนงานไปทำงานในต่างประเทศแต่โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่าความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถจัดหางานในต่างประเทศให้แก่ผู้เสียหายได้ เพราะจำเลยไม่เคยไปติดต่อหาสถานที่ทำงานในต่างประเทศมาก่อนเลย แสดงว่าจำเลยมิได้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือประกอบธุรกิจจัดหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 30วรรคหนึ่งและมาตรา 82 แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2542 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2542 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันจำเลยกับพวกร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานที่ประสงค์เพื่อไปทำงานในต่างประเทศให้แก่นายจ้างในต่างประเทศ โดยจำเลยกับพวกเรียกและรับเงินค่าบริการตอบแทนการจัดหางานจากคนหางาน ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และเมื่อระหว่างวันที่ 14 มีนาคม 2542 ถึงวันที่ 15มีนาคม 2542 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงนายบุญเลิศ สุวรรณศิลป์ ผู้เสียหายที่ 1 และนายจิรายุทธ ศรีชาติ ผู้เสียหายที่ 2 ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยกับพวกเป็นผู้ดำเนินการจัดหางานให้คนหางานไปทำงานยังต่างประเทศสามารถหางานในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีให้ผู้เสียหายทั้งสองและส่งผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานยังประเทศดังกล่าวได้ ถ้าผู้เสียหายทั้งสองประสงค์จะไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีให้สมัครงานกับจำเลยและพวก ซึ่งความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดหางานในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองได้โดยแน่แท้ เพราะจำเลยกับพวกไม่เคยไปติดต่อหาสถานที่ทำงานเพื่อคนหางานในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีมาก่อนเลย จำเลยกับพวกได้ปกปิดความจริงซึ่งควรต้องแจ้งแก่ผู้เสียหายทั้งสอง และโดยการหลอกลวงของจำเลยกับพวกทำให้ผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้สมัครงานและเสียเงินค่าบริการต่าง ๆ ค่าเดินทางตามที่จำเลยกับพวกเรียกร้องให้แก่จำเลยกับพวกไปคนละ 80,000 บาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82, 91 ตรี เป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 4 ปี ฐานหลอกลวงคนหางานจำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยในความผิดฐานหลอกลวงคนหางานมีกำหนด 3 ปี และปรับ 100,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 82 ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามข้อเท็จจริงจำเลยกับพวกไม่ได้ไปขอรับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง การที่จำเลยกับพวกแสดงต่อผู้เสียหายทั้งสองและบุคคลอื่นว่าจำเลยกับพวกร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานที่ประสงค์เพื่อไปทำงานในต่างประเทศให้แก่นายจ้างในต่างประเทศ ย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 และจำเลยก็ให้การรับสารภาพจึงชอบที่ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82 จำเลยให้การรับสารภาพโดยโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และมาตรา 4 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า จัดหางาน หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้างโดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ฉะนั้น การจะเป็นผู้กระทำความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้จะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหางาน โจทก์จึงต้องแสดงให้เห็นว่าจำเลยกับพวกกระทำการอันเป็นการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหางาน เช่น ติดต่อกับผู้ว่าจ้างในต่างประเทศหรือตัวแทน หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อส่งคนงานไปทำงานในต่างประเทศ แต่โจทก์กล่าวไว้ในคำฟ้องว่าความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดหางานในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองได้โดยแน่แท้ เพราะจำเลยกับพวกไม่เคยไปติดต่อหาสถานที่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2545 · ทนอย Thanoy