คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2551
ฎีกาที่ 1839/2551
หลักกฎหมาย
จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งศาล มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1736 วรรคสอง แต่การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายเพียงคนเดียวโดยไม่มีจำเลยที่ 1 ร่วมด้วยขัดต่อมาตรา 1726 จำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวจึงไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้ง ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องและยื่นคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินกองมรดกครึ่งหนึ่งของผู้ตายในฐานะเป็นเจ้าของร่วมซึ่งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายก็ยื่นคำให้การต่อสู้ว่าทรัพย์มรดกผู้ตายไม่ใช่ทรัพย์สินที่โจทก์ทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตายที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แม้จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นก็ควรต้องฟังพยานโจทก์ให้ได้ความก่อนว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายตามที่โจทก์ฟ้องเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ร่วมกับผู้ตายทำมาหาได้ร่วมกันมาในระหว่างที่เป็นสามีภริยากันจริงตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายโพธิ์อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2547 นายโพธิ์เคยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับนางละเอียดเมื่อเลิกกับนางละเอียดแล้วประมาณปี 2505 นายโพธิ์ได้มาอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ โดยพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านเลขที่ 32 ซอย 20 มิ.ย. 11 แยก 3 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ นายสุพจน์ นางสมพร นางสุพรรณี นายสุรพล และจำเลยที่ 1 โจทก์กับนายโพธิ์ต่างช่วยเหลือทำมาหากินด้วยกันและร่วมกันสะสมทรัพย์สินเงินทองเพื่อสร้างฐานะและปี 2538 โจทก์และนายโพธิ์ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 และปลูกสร้างบ้านเลขที่ 54 ในที่ดินดังกล่าว จากนั้นโจทก์และนายโพธิ์พร้อมครอบครัวได้ย้ายมาอยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว ทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์ทำมาหาได้ร่วมกันคือ 1. ที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 เนื้อที่ 4 ไร่ 21 ตารางวา และบ้านเลขที่ 54 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว ราคารวมทั้งที่ดินและบ้านประมาณ 400,000 บาท 2. ปืนสั้นรีวอลเวอร์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 35,000 บาท 3. เงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 จำนวน 4,500,000 บาท 4. เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเงินฝากเลขที่ 577-2-09975-9 เงินจำนวน 348,836.04 บาท ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา โจทก์จึงเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินดังกล่าวกับนายโพธิ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2546 นายโพธิ์ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ จำเลยที่ 1 ได้ไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของนายโพธิ์กับนางละเอียดภริยาคนเดิมของนายโพธิ์ได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านและมีคำขอให้ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกัน ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ไม่ยอมแบ่งปันทรัพย์สินที่โจทก์กับนายโพธิ์เป็นเจ้าของร่วมกันให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง ตามอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ร่วมกันแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ตำบลบึงพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พร้อมบ้านเลขที่ 54 ที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวรวมราคา 400,000 บาท ปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ราคาประมาณ 35,000 บาท เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 จำนวนเงิน 4,500,000 บาท และบัญชีเลขที่ 577-2-09975-9 จำนวนเงิน 348,836,04 บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากทรัพย์สินใดไม่สามารถแบ่งแยกให้โจทก์ได้ ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดและนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายโพธิ์ให้การและฟ้องแย้งว่า เมื่อปี 2492 นายโพธิ์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางละเอียดมารดาของจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือนางวิไลวรรณ, นางสาวทวีพร (จำเลยที่ 2) นายอำนาจ, นายสมพงษ์, นางสาวกนกวรรณ นายโพธิ์ได้เลิกอยู่กินฉันสามีภริยากับนางละเอียดในปี 2508 แล้วไปอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ในปี 2501 ระหว่างที่นายโพธิ์อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยากับนางละเอียด นายโพธิ์ได้รับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 1667 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 16 ตารางวา จากนายอิดหรืออิ๊ด เจ้ามรดก ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของนายโพธิ์ ต่อมาที่ดินดังกล่าวเปลี่ยนเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 21736 ในปี 2529 นายโพธิ์ได้ขายที่ดินดังกล่าวไปบางส่วนได้เงิน 3,040,000 บาท ที่ดินในส่วนที่เหลือเนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 133411 ในปี 2530 นายโพธิ์นำเงินที่ขายที่ดินได้ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 เนื้อที่ประมาณ 55 ไร่ 45 ตารางวา ปี 2534 นายโพธิ์ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 133411 ตำบลสามเสนนอก ดังกล่าวได้เงิน 2,000,000 บาท และนำเงินมาปลูกบ้านเลขที่ 54 ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ปี 2538 นายโพธิ์ได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 5901 ออกเป็นทั้งหมด 8 แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ถึง 37718 กับที่ดินส่วนที่เหลือจากการแบ่งแยกซึ่งอยู่ในโฉนดเลขที่ 5901 เดิม นายโพธิ์ได้ขายที่ดินที่แบ่งแยกไปยกเว้นที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 ได้เงิน 7,200,000 บาท แล้วนำเงินบางส่วนไปฝากไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาคลอง 16 บัญชีเลขที่ 577-1-03093-0 และ 577-2-09975-9 รวมทั้งปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ตามฟ้องโจทก์ ที่ดินโฉนดเลขที่ 37712 พร้อมบ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง