ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 184/2539

หลักกฎหมาย

พันตำรวจโท อ. พยานโจทก์ได้ติดตามเฝ้าดูพฤติการณ์ของจำเลยที่2มาโดยตลอดเนื่องจากได้รับแจ้งว่าเป็นผู้ดำเนินการจัดหาเฮโรอีนให้กับพวกเพื่อนำไปจำหน่ายในต่างประเทศและเห็นจำเลยที่2ติดต่อกับจำเลยที่1อยู่เสมอทั้งก่อนเข้าตรวจค้นและจับกุมจำเลยที่1ถึงที่3ก็อยู่ในห้องที่ตรวจพบเฮโรอีนด้วยกันประกอบกับเมื่อจำเลยที่2และที่1ทราบว่าพันตำรวจโท อ. เป็นเจ้าพนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็ตกใจพากันวิ่งหนีออกทางระเบียงหลังห้องกระโดดจากชั้น3ลงไปชั้นล่างทันทีโดยยอมเสี่ยงต่ออันตรายเป็นพฤติการณ์ส่อพิรุธของจำเลยที่2รูปคดีมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยที่2ได้ร่วมกับพวกมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและสำหรับจำเลยที่3นั้นเมื่อถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับจากห้องที่เกิดเหตุแล้วถูกนำตัวไปตรวจค้นที่ห้องที่จำเลยที่3เช่าพักก็พบเฮโรอีนของกลางอีก2ถุงถุงหนึ่งอยู่ในแฟ้มหนังซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอนอีกถุงหนึ่งห่อถุงพลาสติกอยู่ในถุงพลาสติกวางอยู่ในตู้เสื้อผ้าซึ่งได้มีการถ่ายภาพไว้โดยจำเลยที่3ก็ได้ลงชื่อรับรองในภาพถ่ายและบันทึกการตรวจค้นด้วยชั้นสอบสวนก็ให้การรับว่าจำเลยที่1และที่2นำเฮโรอีนที่พบในห้องพักของตนนั้นมาฝากไว้จึงมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยที่3ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่1และที่2ด้วยส่วนจำเลยที่4นั้นคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์เกี่ยวกับพฤติการณ์ที่อ้างว่าจำเลยที่4มีส่วนร่วมกับพวกกระทำความผิดนั้นยังขัดแย้งแตกต่างกันอีกทั้งพยานพฤติเหตุแวดล้อมก็ยังไม่ชัดแจ้งมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่4ได้ร่วมกับจำเลยที่1ถึงที่3มีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่4

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่17มีนาคม2533เวลากลางวันถึงวันที่16เมษายน2533เวลากลางคืนหลังเที่ยงติดต่อกันตลอดมาจำเลยที่2ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือจำเลยที่2ได้มีเครื่องวิทยุคมนาคมแบบมือถือมีกำลังส่ง5มิลลิวัตต์จำนวน2เครื่องไม่มีหมายเลขเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายเหตุเกิดที่แขวง สามเสนในและแขวง ถนนเพชรบุรีเขต พญาไท กรุงเทพมหานครเกี่ยวพันกันและเมื่อวันที่16เมษายน2533เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวน7ถุงมีน้ำหนักสุทธิ5,843กรัมคำนวณเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์หนัก4,379กรัมและคราบเฮโรอีนปริมาณเล็กน้อยไว้ในครอบครองของจำเลยทั้งห้าเพื่อจำหน่ายเหตุเกิดที่แขวง สามเสนในเขตพญาไทกรุงเทพมหานครเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งห้าได้พร้อมด้วยเฮโรอีนที่ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและยึดกระเป๋าเอกสาร6ใบกระดาษทราย1แผ่นกระดาษกาว2ม้วนกาวใส3หลอดกาวชนิดข้น1กระปุกซองบุหรี่เปล่า28ซองถุงพลาสติก1ห่อหลอดกาวตราช้าง6หลอดใบมีดตัดกระดาษ1กล่องกระเป๋าใส่เครื่องมือช่างซึ่งมีค้อนและใบเลื่อยที่มีคราบเฮโรอีนติดอยู่รวมอยู่ด้วยจำนวน1ชุดกล่องบุหรี่เปล่า5กล่องกล่องสกอตเทป1ม้วนใบเลื่อย4ใบถุงพลาสติกซึ่งมีคราบเฮโรอีนอยู่1ใบซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเลยทั้งห้าใช้กระทำความผิดเป็นของกลางและเจ้าพนักงานยังยึดได้เครื่องวิทยุคมนาคมจำนวน2เครื่องที่จำเลยที่2มีไว้ในครอบครองดังกล่าวเป็นของกลางด้วยชั้นสอบสวนจำเลยที่1ให้การรับสารภาพส่วนจำเลยที่2ถึงที่5ให้การปฏิเสธขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522มาตรา4,7,8,15,66,102พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ.2498มาตรา4,6,22,23,29ประมวลกฎหมายอาญามาตรา33,83,91ริบเฮโรอีนและเครื่องมือเครื่องใช้ของกลางกับริบเครื่องวิทยุคมนาคม2เครื่องของกลางเพื่อให้ไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข จำเลยที่1ให้การรับสารภาพส่วนจำเลยที่2ถึงที่5ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่1ถึงที่4มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522มาตรา15วรรคสอง66วรรคสองประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา83ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่และจำเลยที่2มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมพ.ศ.2498มาตรา6,23อีกกระทงหนึ่งให้จำคุก1ปีแต่เมื่อศาลได้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่2แล้วจึงไม่นำโทษจำคุกมารวมอีกคงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่2สถานเดียวจำเลยที่1ให้การรับสารภาพตลอดมาและจำเลยที่3ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นการให้ความรู้แก่ศาลและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา78ลดโทษให้จำเลยที่1กึ่งหนึ่งและลดโทษจำเลยที่3หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา52คงจำคุกจำเลยที่1มีกำหนด50ปีและจำคุกจำเลยที่3ตลอดชีวิตยกฟ้องจำเลยที่5เฮโรอีนเครื่องมือเครื่องใช้ของกลางให้ริบและริบเครื่องวิทยุคมนาคมจำนวน2เครื่องของกลางเพื่อให้ไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข โจทก์และจำเลยที่1ถึงที่4อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่2ถึงที่4ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย"พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่16เมษายน2533เวลาประมาณ20นาฬิกาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่2ถึงที่4ได้ที่ ศุภราชแมนชั่น พร้อมยึดเฮโรอีนได้จำนวน7ถุงน้ำหนักรวม5,843กรัมคำนวณเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์หนัก4,397กรัมจากห้อง304และห้อง305ที่จำเลยที่1และที่3เช่าพักตามลำดับกับคราบเฮโรอีนที่หัวค้อนใบเลื่อยเศษถุงพลาสติกซึ่งไม่สามารถชั่งหาน้ำหนักได้และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ตามฟ้องเป็นของกลางปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีแต่เพียงว่าจำเลยที่2ถึงที่4ได้ร่วมกันมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่สำหรับจำเลยที่2โจทก์มีพันตำรวจโท อมเรศฤทธิ์วัฒนวิบูลย์ เป็นพยานเบิกความว่าเมื่อวันที่9เมษายน2533พยานได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจประสานงานปราบปรามยาเสพติดของประเทศ แคนาดาว่ามีชาว ไนจีเรียผิวดำกลุ่มหนึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบค้ายาเสพติดให้โทษโดยนำเฮโรอีนจากประเทศไทยไปจำหน่ายในประเทศ แคนาดา มีนาย เดลี่เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเฮโรอีนมอบให้หญิงผิวดำ1คนและหญิงชาว เกาหลีมีครรภ์อีก1คนเป็นมือขนนาย เดลี่พักอยู่ที่โรงแรม รอยัลเลควิลห้อง807พยานจึงได้ตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าวปรากฏว่าผู้ที่พักอยู่ห้อง807คือจำเลยที่2ซึ่งเข้ามาพักเมื่อวันที่16มีนาคม2533พยานจึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของจำเลยที่2ตลอดมาต่อมาวันที่11เมษายน2533จำเลยที่2ได้ย้ายมาพักที่โรงแรม ประดิพัทธ์ห้อง349จำเลยที่2ได้ติดต่อและไปมาหาสู่กับจำเลยที่1และที่3ซึ่งพักอยู่ที่ ศุภราชแมนชั่น ห้อง303และห้อง305ตามลำดับและจำเลยที่4ซึ่งพักอยู่ที่โรงแรม รอยัลเลควิลอยู่เสมอจนกระทั่งในวันจับกุมจำเลยที่2กับที่4ได้นั่งรถแท็กซี่ไปที่ศุภราชแมนชั้น จำเลยที่4นั่งรออยู่ในรถแท็กซี่ซึ่งจอดอยู่บริเวณที่จอดรถของ ศุภราชแมนชั่น
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2539 · ทนอย Thanoy