ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2536

ฎีกาที่ 1844/2536

หลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกมีปากกาติดตัวเป็นอาวุธ ร่วมกันข่มขืนใจผู้เสียหายโดยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนผู้เสียหายยอมให้เงินแก่จำเลยกับพวกจำนวน 20 บาท การกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้จำเลยได้รับประโยชน์เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น จึงเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 337 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง(2), 83 ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือกรรโชกทรัพย์ และหากเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยกับพวกได้เป็นคนร้ายมีปากกาติดตัวเป็นอาวุธได้ร่วมกันข่มขืนใจนายพีระสัณห์ วีโนทัย ผู้เสียหาย โดยการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนผู้เสียหายยอมให้เงินแก่จำเลยกับพวกจำนวน 20 บาท การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้จำเลยได้รับประโยชน์เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น จึงเป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานชิงทรัพย์แล้วคดีไม่จำต้องพิจารณาว่า ศาลจะลงโทษจำเลยตามความผิดฐานชิงทรัพย์ได้หรือไม่ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1844/2536 · ทนอย Thanoy