ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 185/2539

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนและนำสืบการวางแผนจับโดยให้เจ้าพนักงานตำรวจปลอมตัวเป็นผู้ซื้อเป็นการสืบตามฟ้องหาเป็นการนอกฟ้องไม่ จำเลยคดีอาญามีสิทธินำพยานเข้าสืบพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้โดยไม่ต้องซักค้านพยานโจทก์ไว้ก่อนแต่จะรับฟังได้หรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลและไม่มีกฎหมายห้ามรับฟังข้อนำสืบต่อสู้คดีของจำเลยอื่น การจำหน่ายเฮโรอีนเป็นการกระทำผิดกฎหมายมีโทษสูงซึ่งผู้กระทำผิดย่อมปกปิดเป็นความลับถ้าจำเลยที่2และที่3มิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดก็ไม่มีเหตุที่ผู้กระทำผิดจะกล้าให้ร่วมรู้เห็นด้วย พยานโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการไปตามหน้าที่และไม่รู้จักจำเลยมาก่อนไม่มีเหตุจะปรักปรำใส่ร้ายเมื่อเบิกความสอดคล้องเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นจนจับจำเลยได้จึงมีน้ำหนักควรแก่การรับฟัง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ วันที่ 13 สิงหาคม 2534 เวลา กลางวัน จำเลยทั้ง สาม ร่วมกัน มี เฮโรอีน อันเป็น ยาเสพติดให้โทษ ชนิด ร้ายแรง ใน ประเภท1 จำนวน 2 ถุง น้ำหนัก รวม 0.697 กิโลกรัม คำนวณ เป็น สาร บริสุทธิ์ได้ 0.624 กิโลกรัม ไว้ ใน ครอบครอง เพื่อ จำหน่าย และ ร่วมกัน จำหน่ายเฮโรอีน ดังกล่าว เป็น เงิน 150,000 บาท โดย ฝ่าฝืน ต่อ กฎหมาย เหตุเกิด ที่ ตำบล บางกระเจ้า อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร เจ้าพนักงาน จับ จำเลย ทั้ง สาม ได้ พร้อม ยึด เฮโรอีน ดังกล่าว และ รถยนต์นั่ง สอง แถว ส่วนบุคคล หมายเลข ทะเบียน 2ห-9888 กรุงเทพมหานครซึ่ง จำเลย ทั้ง สาม ใช้ เป็น ยานพาหนะ ใน การกระทำ ความผิด เป็น ของกลางขอให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,15, 66, 102 ประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ริบ เฮโรอีน ที่ เหลือ จาก การ ตรวจ วิเคราะห์และ รถยนต์ ของกลาง จำเลย ทั้ง สาม ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย ทั้ง สาม มี ความผิด ตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66 วรรคสอง , 102 จำคุกจำเลย ทั้ง สาม ตลอด ชีวิต คำให้การ รับสารภาพ ใน ชั้น จับกุม และ ชั้นสอบสวนของ จำเลย ที่ 1 เป็น ประโยชน์ แก่ การ พิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษให้ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ มาตรา 53 แล้วคง จำคุก จำเลย ที่ 1 มี กำหนด 33 ปี 4 เดือน ริบของกลาง จำเลย ที่ 2 และ ที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืน จำเลย ที่ 2 และ ที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกา ตรวจ สำนวน ประชุม ปรึกษา แล้ว ทางพิจารณา โจทก์ นำสืบ ว่าเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2534 ร้อยตำรวจเอก คำนวน คล้ายคลึง หัวหน้า ชุด ปราบปราม ยาเสพติดให้โทษ กองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัด สมุทรสาครได้รับ แจ้ง จาก สาย ลับ ว่า มี ผู้ลักลอบ จำหน่าย เฮโรอีน ราย ใหญ่ จึง ให้สาย ลับ ไป ติดต่อ ขอ ซื้อ ต่อมา วันที่ 13 สิงหาคม 2534 เวลา ประมาณ 11นาฬิกา สาย ลับ มา แจ้ง ว่า สามารถ ติดต่อ ได้ แล้ว และ นัด ตกลง ซื้อ ขาย กันที่ ร้าน อาหาร มาดี ตำบล ท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร ร้อยตำรวจเอก คำนวน รายงาน ให้ ผู้บังคับบัญชา ทราบ และ ให้ พลตำรวจ อภิชัย มุทธากาญจน์ ปลอม ตัว เป็น ผู้ซื้อ ไป ตาม นัด ส่วน ร้อยตำรวจเอก คำนวน กับพวก ไป ซุ่ม ดู อยู่ ที่ ริมถนน ฝั่ง ตรงข้าม กับ ร้าน อาหาร มาดี เมื่อ พลตำรวจ อภิชัย ไป ถึง ร้าน ดังกล่าว สาย ลับ แนะนำ ให้ รู้ จัก กับ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 หลังจาก นั้นพลตำรวจ อภิชัย ตกลง ซื้อ เฮโรอีน จาก จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 จำนวน 1 ตัว หรือ หนัก ประมาณ 800 กรัม ใน ราคา 150,000 บาท โดย นัด ส่งมอบกัน ที่ ร้าน อาหาร บ่อปู ริมถนน ธนบุรี -ปาก ท่อ ตำบล บางกระเจ้า อำเภอ เมือง สมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร ใน เวลา 14.30 นาฬิกา วันเดียว กัน จาก นั้น จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ขับ รถยนต์กระบะ สีแดง หมายเลขทะเบียน 2ห-9888 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง มี ชาย อีก 1 คน เป็น คนขับ ออกจาก ร้าน ไป ร้อยตำรวจเอก คำนวน กับพวก กลับ ไป ที่ กอง กำกับ การ ตำรวจ ภูธร จังหวัด สมุทรสาคร แล้ว วางแผน จับกุม โดย เตรียม เงินสด 150,000 บาทให้ พลตำรวจ อภิชัย ไป ล่อ ซื้อ และ ร้อยตำรวจเอก คำนวน กับพวก เดินทาง ไป รอ ที่ ร้าน อาหาร บ่อปู ก่อน ต่อมา พลตำรวจ อภิชัย เข้า ไป นั่ง รอ ที่ โต๊ะ อาหาร ใน ซุ้ม ใน ร้าน อาหาร ดังกล่าว จน กระทั่ง เวลา ประมาณ 14.30นาฬิกา จำเลย ที่ 3 ขับ รถ คัน ดังกล่าว เข้า มา จอด ใน ลานจอดรถ ของ ร้านอาหาร บ่อ ปู แล้ว จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ลง จาก รถ เดิน เข้า ไป พบ พลตำรวจ อภิชัย พลตำรวจ อภิชัย ให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ดู เงิน ที่ เตรียม มา แล้ว จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 พา พลตำรวจ อภิชัย ไป ที่ รถ คัน ดังกล่าว จำเลย ที่ 3 ซึ่ง นั่ง อยู่ ตรง ที่นั่ง คนขับ รถ ได้ ลง จาก รถ แล้ว หยิบ ถุงกระดาษ ออก มาจาก เบาะ หลัง ที่นั่ง คนขับ 1 ถุง นำ ไป วาง ไว้ ที่ เบาะที่นั่ง คนขับ พลตำรวจ อภิชัย เปิด ถุง กระดาษ ดังกล่าว ออก ดู ปรากฏว่า มี เฮโรอีน ผง สี ขาว บรรจุ อยู่ ใน ถุงพลาสติก 2 ถุง พลตำรวจ อภิชัย จำเลย ทั้ง สาม เดิน กลับมา ที่ โต๊ะ อาหาร โดย จำเลย ที่ 3 ถือ ถุง เฮโรอีน มาด้วย แล้ว จำเลย ที่ 3 มอบ เฮโรอีน ให้ พลตำรวจ อภิชัย และ พลตำรวจ อภิชัย มอบ เงิน ให้ จำเลย ที่ 2 ร้อยตำรวจเอก คำนวน กับพวก จึง เข้า จับ จำเลย ทั้ง สาม ได้ พร้อม ยึด เฮโรอีน และ รถยนต์ คัน ดังกล่าว เป็นของกลาง ชั้น จับกุม และ ชั้นสอบสวน จำเลย ที่ 1 รับ ว่า เป็น เพียงผู้รับจ้าง นำ เฮโรอีน ของกลาง มา ส่งมอบ ส่วน จำเลย ที่ 2 และ ที่ 3ให้การ ปฏิเสธ ตาม บันทึก การ จับกุม และ บันทึก คำให้การ ผู้ต้องหาเอกสาร หมาย จ. 4 จ. 8 จ. 9 และ จ. 10 เฮโรอีน ของกลาง ตรวจ พิสูจน์แล้ว ปรากฏว่า เป็น เฮโรอีน ไฮโดรคลอไรด์อัน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2539 · ทนอย Thanoy