ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 1856/2555

หลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ ถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 ประกอบมาตรา 225

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 5, 25, 43, 47, 78, 80, 81 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ แผ่นวีซีดีวีดิทัศน์ และกระเป๋าผ้าของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ได้ใช้หรือมีไว้ในการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยในประเด็นที่ว่า ต้นฉบับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามคำฟ้องโจทก์ ข้อ 1 ก. และ ข. ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์แล้วจริงหรือไม่ จำเลยฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว จึงต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลย แล้วส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2555 · ทนอย Thanoy