คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2535
ฎีกาที่ 1860/2535
หลักกฎหมาย
ผู้ขายในต่างประเทศกำหนดราคารถยนต์ลดลงจากราคาเดิมที่โจทก์เคยนำเข้ามา เพราะเมื่อโจทก์นำรถยนต์เข้ามาครั้งก่อนโจทก์ขายได้น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ การลดราคาให้โจทก์ก็เพื่อสนับสนุนการขายของโจทก์ให้มีผู้ซื้อมากขึ้น โดยคำนึงถึงการแข่งขันกับรถยนต์ยี่ห้ออื่นในระดับเดียวกัน ราคาที่ลดลงจึงเป็นราคาที่ผู้ขายในต่างประเทศลดราคาให้เป็นพิเศษเพื่อขายแข่งกับรถยนต์ที่นำเข้ายี่ห้ออื่น ซึ่งเป็นเพียงนโยบายทางการค้าเท่านั้น หาใช่ราคาที่ซื้อขายกันโดยปกติไม่ ราคาดังกล่าวจึงมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2530 และ 31 มีนาคม 2530โจทก์ได้นำชิ้นส่วนรถยนต์กระบะเข้ามาในราชอาณาจักรรวม 8 ใบขนโจทก์ได้สำแดงราคาสินค้าตามราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและขอชำระภาษีอากรจากราคาดังกล่าว แต่จำเลยไม่ยอมรับราคาที่โจทก์สำแดงกลับสั่งให้โจทก์วางประกันค่าภาษีอากรเพิ่ม เป็นเงิน 4,161,862.64บาท โจทก์จำต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารนครธน จำกัดและของธนาคารทหารไทย จำกัด รวม 8 ฉบับ มาวางเป็นประกันต่อมาเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินอากรขาเข้าภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาลและเงินเพิ่มภาษี รวม 4,161,862.64 บาท แก่โจทก์ โจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้องจึงอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมศุลกากร ต่อมาจำเลยได้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์แก่โจทก์ว่าการประเมินชอบแล้ว สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันบิกเอ็ม โจทก์ซื้อจากบริษัทนิสสันมอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น การนำเข้าในครั้งแรก ๆโจทก์จำหน่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก เพราะต้นทุนวัสดุและอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศสูงกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น ทำให้ราคาจำหน่ายรถยนต์ของโจทก์สูงกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น โจทก์จึงเจรจากับบริษัทนิสสันมอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจภาวะตลาดและความสามารถในการจำหน่ายแข่งขันกับรถยนต์ยี่ห้ออื่น บริษัทนิสสันมอเตอร์ จำกัดประเทศญี่ปุ่น จึงกำหนดราคาใหม่ให้เหมาะสมและเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามที่โจทก์ได้สำแดงไว้ในใบขนสินค้าและชำระค่าภาษีอากรครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยประเมินภาษีอากร โจทก์เพิ่มโดยเพิ่มราคาสินค้าเข้าไปคันละ 45,500 เยน โดยไม่คำนึงว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้ามีอุปกรณ์เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงไม่เป็นธรรมขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลและเงินเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมิน ให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารนครธน จำกัด และธนาคารทหารไทย จำกัด แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2530 โจทก์นำชิ้นส่วนรถยนต์กระบะจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในราชอาณาจักร 1,000 คันโดยยื่นใบขนสินค้า 5 ฉบับ ฉบับละ 200 คัน โจทก์สำแดงราคาซี.ไอ.เอฟ ไว้คันละ 502,594 เยน ซึ่งต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เพราะเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2529 โจทก์เคยนำสินค้าชนิดเดียวกันนี้เข้ามาในราชอาณาจักรและสำแดงราคา ซี.ไอ.เอฟ ไว้คันละ 548,070 เยน ประกอบกับราคาสินค้าชนิดนี้ไม่มีแนวโน้มจะลดลง ตรงกันข้ามสินค้าชนิดเดียวกับโจทก์มีแหล่งกำเนิดจากประเทศเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อ คือชิ้นส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุโตโยต้าและมาสด้าต่างมีราคาสูงขึ้นเจ้าพนักงานประเมินจึงใช้ราคาที่โจทก์นำเข้าครั้งก่อนเป็นเกณฑ์ในการประเมินราคา สินค้าที่โจทก์นำเข้าครั้งนี้ผู้ผลิตจากต่างประเทศลดชิ้นส่วนลง 8 เยน เพิ่มชิ้นส่วนขึ้น 32 เยน หลังจากหักกลบลบกันแล้ว เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินว่าชิ้นส่วนรถยนต์กระบะที่โจทก์นำเข้าในครั้งนี้ราคา ซี.ไอ.เอฟ คันละ 548,094 เยน ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม2530 โจทก์นำสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรอีก 3 ใบขนสำแดงราคา ซี.ไอ.เอฟ คันละ 499,236 เยน มีการลดชิ้นส่วนลง 3,358 เยนเจ้าพนักงานประเมินได้ใช้ราคาที่โจทก์นำเข้าเมื่อวันที่ 14 กันยายน2529 เป็นเกณฑ์ในการประเมิน เมื่อหักราคาชิ้นส่วนที่ลดลงในการนำเข้าครั้งนี้แล้ว ประเมินว่าราคา ซี.ไอ.เอฟ คันละ 544,736 เยนการประเมินราคาสินค้ารายพิพาททั้ง 8 ใบขน จึงชอบด้วยเหตุผลและกฎหมายแล้ว ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นบิกเอ็มจากบริษัทนิสสันมอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น แล้วนำเข้ามาในราชอาณาจักรประกอบเป็นรถยนต์จำหน่ายในประเทศ เมื่อวันที่14 กันยายน 2529 โจทก์นำชิ้นส่วนรถยนต์ดังกล่าวเข้าโดยสำแดงราคาไว้คันละ 548,070 เยน เป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ วันที่ 14 มีนาคม 2530 โจทก์นำสินค้าดังกล่าวเข้าอีกโดยเพิ่มชิ้นส่วนมากขึ้นราคา 24 เยน ยืนใบขนสินค้า 5 ฉบับ สำแดงราคาไว้คันละ 502,594 เยน วันที่31 มีนาคม 2530 โจทก์นำเข้าอีก ครั้งนี้ลดชิ้นส่วนลงราคา 3,358 เยนสำแดงราคาคันละ 499,236 เยน เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินราคาเพิ่มขึ้นเป็นคันละ 548,094 เยน และ 544,736 เยนตามลำดับ คดีมีประเด็นขึ้นมาสู่ศาลฎีกาประเด็นแรกว่า ราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดหรือไม่โจทก์นำสืบว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าทั้ง 8 ฉบับ ถูกต้องตรงกับราคาที่บริษัทนิสสันมอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ขายให้โจทก์ตามที่ระบุในใบยืนยันราคา และเลตเตอร์ออฟเครดิต เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดส่วนราคาที่โจทก์นำเข้าก่อนหน้านี้ คือเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2529 นั้นสูงเกินไป เป็นเหตุให้ราคาต้นทุนในกา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง