ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 1862/2533

หลักกฎหมาย

โจทก์นำสินค้าประเภทอะไหล่รถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรระหว่างเดือน มกราคมถึง เดือน กรกฎาคม 2529 และได้ สำแดงราคาสินค้าขณะนำเข้าตรง ตาม บัญชีที่ซื้อ สินค้ามาดังนี้น่าเชื่อว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ เพื่อเสียภาษีอากรตามใบขนส่งสินค้านั้นเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ส่วนราคาที่บริษัทผู้ผลิตเสนอขายสินค้าประเภทเดียว กันทั่วโลก จะนำมาเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดมิได้ เพราะภาวะการตลาดของประเทศต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน.

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า "โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ารถจักรยานยนต์และอะไหล่รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องหมายการค้า "ฮอนด้า" ซึ่งเป็นสินค้าของบริษัท ฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างเดือนมกราคม 2529 ถึงเดือนกรกฎาคม 2529 โจทก์ได้นำสินค้าประเภทอะไหล่รถจักรยานยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร โดยสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่นรวม 19 รายการ โจทก์ได้ชำระอากรขาเข้าเป็นเงิน 5,515,052.92 บาทภาษีการค้าเป็นเงิน 2,163,535.22 บาท และภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน 216,353.51 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,894,941.65 บาทต่อมาเจ้าพนักงานประเมินอากรซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยได้ทำการประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มภาษีดังกล่าวจากโจทก์โดยทำการประเมินภาษีอากรเพิ่มเป็นเงินทั้งสิ้น4,122,559.69 บาท โจทก์ได้ชำระให้กับจำเลยพร้อมทั้งโต้แย้งการประเมินโดยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมิน ต่อมาเมื่อวันที่ 15กรกฎาคม 2530 จำเลยได้มีหนังสือแจ้งผลการอุทธรณ์การประเมินโดยวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินราคาไว้ชอบแล้วขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรจำนวน 4,122,559.69 บาทให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า การประเมินราคาสินค้าของเจ้าพนักงานของจำเลยทั้ง 19 ฉบับ ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว กล่าวคือโจทก์ได้สำแดงต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เป็นเหตุให้ค่าอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลที่โจทก์ได้สำแดงไว้ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าพนักงานของจำเลยจึงได้ทำการประเมินราคาสินค้าของโจทก์เสียใหม่ โดยเทียบเคียงกับสินค้าจากบัญชีราคาสินค้าของบริษัทฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น และเป็นราคาการอนุมัติร่วมระหว่างกองวิเคราะห์ราคาและกองพิธีการและประเมินอากรและเอกสารอื่น ๆ ซึ่งเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มเติม อันเป็นการประเมินโดยชอบด้วยกฎหมายส่วนราคาสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าทั้ง19 ฉบับ ดังกล่าวตามฟ้องของโจทก์ที่โจทก์ได้สำแดงราคาไว้นั้นเป็นราคาที่โจทก์ตกลงกับบริษัทฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นพิเศษ มิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จะนำมาเป็นเกณฑ์ในการประเมินอากรขาเข้ามิได้ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ทำการประเมินราคาสินค้าเพิ่มขึ้น โจทก์ยินยอมนำเงินภาษีอากรเพิ่มไปชำระแก่จำเลยจนครบถ้วนแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ราคาซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมศุลกากร พิจารณาและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ประเมินได้ประเมินราคาโดยชอบแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการประเมิน หรือให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2530 เป็นการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลเกิน 30 วัน โดยมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งประมวลรัษฎากรมาตรา 30(2) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยคืนค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่เรียกเก็บเกินมาจำนวน1,282,146.93 บาท และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 2,840,412.76 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2529 โจทก์ได้นำสินค้าประเภทอะไหล่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยสั่งซื้อจากบริษัทฮอนด้ามอเตอร์จำกัด ประเทศญี่ปุ่น จำนวน18 รายการ และบริษัทบุนซิว จำกัด ประเทศมาเลเซีย อีกจำนวน 1 รายการปรากฏตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้า เอกสารหมาย จ.3-จ.21เจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่พอใจราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ โจทก์จึงให้ธนาคารโตเกียว จำกัด ค้ำประกันจำนวนค่าภาษีอากรที่จะต้องชำระเพิ่มเติมพร้อมกับได้ชำระค่าภาษีอากรตามที่สำแดงไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ตรวจปล่อยสินค้าทั้งหมดให้โจทก์รับไปต่อมาโจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยให้โจทก์ชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มเติมสำหรับสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาดังกล่าว โจทก์จึงชำระค่าภาษีอากรเพิ่มเติมอีกรวมเป็นเงิน 4,122,559.69 บาท พร้อมกับได้อุทธรณ์โต้แย้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไว้ตามเอกสารหมายจ.98-จ.104 ซึ่งต่อมาจำเลยได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์โดยยืนตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามเอกสารหมาย จ.105 สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในคดีนี้นั้น เจ้าหน้าที่ของจำเลยใช้เอกสารบัญชีราคาสินค้าหรือไพรซ์ลิสท์ตามเอกสารหมาย ล.39 ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรของจำเลยประจำนครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นจัดส่งมาให้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาเพื่อประเมินค่าภาษีอากร โดยก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2517-2528 เจ้าหน้าที่ของจำเลยใช้ไพรซ์ลิสท์ที่โจทก์จัดส่งมาให้ซึ่งตรงกับราคาในใบอินวอยซ์ที่โ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2533 · ทนอย Thanoy