คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2540
ฎีกาที่ 189/2540
หลักกฎหมาย
คดีนี้เป็นเรื่องรับขนของทางทะเลซึ่งขณะเกิดข้อพิพาทพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเลพ.ศ.2534ยังไม่มีผลใช้บังคับทั้งไม่ปรากฏคลองจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นว่าด้วยรับขนของทางทะเลจึงต้องวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเทียบกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งตามมาตรา4แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันได้แก่บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ3ลักษณะ8มาตรา627ซึ่งบัญญัติว่า"เมื่อของถึงตำบลที่กำหนดให้ส่งและผู้รับตราส่งได้เรียกให้ส่งมอบแล้วท่านว่าแต่นั้นไปสิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนนั้นย่อมตกไปได้แก่ผู้รับตราส่ง"แต่ข้อเท็จจริงปรากฎว่าสินค้ารายพิพาทมิได้ไปถึงตำบลที่กำหนดให้ส่งเพราะถูกไฟไหม้เสียหายไปหมดก่อนระหว่างการขนส่งบริษัทย.ผู้รับโอนตราส่งจากธนาคารมาจึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยที่5ซึ่งเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายให้ส่งมอบสินค้ารายพิพาทได้สิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขนไม่อาจตกไปได้แก่บริษัทย.บริษัทย. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่5ให้รับผิดตามสัญญารับขนรายพิพาทได้ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยและอ้างว่ารับช่วงสิทธิจากบริษัทย.ผู้เอาประกันภัยในสินค้ารายพิพาทย่อมไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่5ด้วยเช่นกัน เมื่อจำเลยที่5ผู้ขนส่งทอดไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องแล้วแม้จำเลยที่2และที่4ผู้ขนส่งหลายทอดเช่นกันซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ร่วมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่5มิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่2และที่4ได้ด้วยเพราะเป็นเรื่องการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา245(1)ประกอบด้วยมาตรา247
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล มีนางสุวพร ทองธิวเป็นกรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทได้ โจทก์รับประกันภัยกระบอกอัดจาระบีจำนวน 4 แผง ของบริษัทย่งเพ้งอิมปอร์ต จำกัด ซึ่งซื้อจากบริษัทเอเลนเทค โอริออน เอบีประเทศสวีเดน ผู้ซื้อชำระราคาแล้วและเอาประกันภัยไว้เป็นเงิน52,690 บาท โครนาสวีเดน หรือ 223,010 บาท ผู้ขายจึงจัดส่งสินค้าโดยการขนส่งทางทะเล จากเมืองโกเด็นเบอร์ก ประเทศสวีเดนมายังกรุงเทพมหานคร มีจำเลยทั้งห้าร่วมขนส่งสินค้าหลายทอดและใช้เรือเนปจูนรูบี้ ทำการขนส่ง กล่าวคือ การขนส่งทอดแรกจากเมืองโกเด็นเบอร์ก ประเทศสวีเดน ไปยังเมืองฮัมบูร์กประเทศสหพันธรัฐเยอรมัน จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 รับขนสินค้าจากผู้ส่งหรือผู้ขายสินค้า โดยบรรทุกสินค้าลงเรือเนปจูนรูบี้ ครบถ้วนและอยู่ในสภาพเรียบร้อย จำเลยที่ 2โดยบริษัทเพนต้า ชิปปิ้ง เอบีผู้มีอำนาจลงนามแทนจำเลยที่ 2ลงลายมือชื่อในใบตราส่งผ่านตลอดซึ่งระบุชื่อผู้รับตราส่งว่าตามคำสั่งของธนาคารศรีนคร จำกัด กรุงเทพมหานคร และระบุว่าจะต้องแจ้งให้บริษัทย่งเพ้ง อิมปอร์ต จำกัด ทราบ การขนส่งทอดที่สองจากเมืองฮัมบูร์กไปยังเมืองบรีเมอร์แฮพเว่น ประเทศสหพันธรัฐเยอรมัน มีจำเลยที่ 3 ร่วมกับบริษัทคอน-แคร์ริเออร์ จีเอ็มบีเอช ซึ่งอยู่ในประเทศสหพันธรัฐเยอรมันเป็นผู้รับขนส่งจากผู้ขนส่งทอดแรกโดยใช้เรือเนปจูน รูบี้ และใช้ใบตราส่งชนิดขนร่วมระบุว่าบริษัทเพนต้า ชิปปิ้ง เอบี เป็นผู้ส่ง จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับตราส่งและการปล่อยสินค้าให้ติดต่อโดยตรงกับจำเลยที่ 3 การขนส่งทอดที่สามจากเมืองบรีเมอร์แฮพเว่น ประเทศสหพันธรัฐเยอรมันมายังท่าเรือกรุงเทพ มีจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับขนส่ง โดยสินค้าบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์รวมกับสินค้าของผู้อื่น ขณะบรรทุกลงเรือสินค้ามีสภาพเรียบร้อย จำเลยที่ 4 เป็นผู้ออกใบตราส่งชนิดขนส่งร่วมระบุว่า บริษัทคอน-แคร์ริเออร์ จีเอ็มบีเอช เป็นผู้ส่งและจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับตราส่ง ใช้เรือเนปจูน รูบี้ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 5 ทำการขนส่ง เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2534เรือเนปจูน รูบี้ไปถึงท่าเรือสิงคโปร์ ปรากฏว่าสินค้าถูกไฟไหม้บริษัทยูนิสเปค แอดจัสเตอร์ส แอนด์ เซอร์เวเยอร์ พีทีอีจำกัดเป็นบริษัทสำรวจความเสียหายอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ทำการตรวจสอบสินค้าเมื่อวันที่ 17, 19, 20, 23, 25 และ 26 เมษายน 2534 และทำรายงานการตรวจสอบสินค้าว่าสินค้าถูกไฟไหม้ จำเลยทั้งห้าไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้บริษัทย่งเพ้ง อิมปอร์ต จำกัด ได้ที่ปลายทางกรุงเทพมหานคร บริษัทย่งเพ้ง อิมปอร์ต จำกัด ได้เรียกร้องให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าเสียหาย แต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉยบริษัทย่งเพ้ง อิมปอร์ต จำกัด จึงเรียกร้องให้โจทก์ชำระค่าเสียหายในฐานะผู้รับประกันภัย โจทก์ชำระค่าเสียหายให้บริษัทย่งเพ้ง อิมปอร์ต จำกัด 223,010 บาท โจทก์จึงรับช่วงสิทธิมาเรียกร้องจากจำเลยทั้งห้า และโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งห้าในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระเงินไปถึงวันฟ้องเป็นเวลา 10 เดือนเศษ เป็นเงินค่าดอกเบี้ย 13,937 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 236,947 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระเงินจำนวน 236,947 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 223,010 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากนางสุวพร ทองธิว ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และโจทก์มิใช่ผู้รับประกันภัยสินค้าคดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะฟ้องเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่สินค้าควรส่งมอบให้แก่ผู้รับตราส่งจำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของผู้ขนส่งในการดำเนินการด้านธุรกิจเนื่องจากการรับขนของทางทะเลโดยได้รับบำเหน็จจากผู้รับขนส่งมิได้ประกอบกิจการรับขนส่งทางทะเลโดยลำพังหรือร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 และไม่ได้เป็นผู้ขนส่งสินค้าพิพาท การระบุชื่อจำเลยที่ 3 ในใบตราส่งขนส่งร่วม เพื่อให้ผู้รับตราส่งทราบและสามารถติดต่อจำเลยที่ 3 เกี่ยวกับการมาถึงของเรือและการรับใบปล่อยสินค้าเหตุไฟไหม้บนเรือเนปจูน รูบี้ เกิดขึ้นวันที่1 เมษายน 2534 ขณะขนส่งทอดที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นผู้ออกใบตราส่งและดูแลรักษาสินค้าพร้อมทั้งเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายโจทก์เรียกค่าเสียหายเกินกว่ากฎหมายกำหนด ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับจ้างจากผู้ขนส่งทอดที่ 2 แต่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบรรจุ ตรวจนับและผนึกดวงตราปากตู้ เพราะเป็นการขนส่งแบบสินค้าบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ ระบบซีวาย/ซีวาย ผู้ขนส่งทอดที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 4 ว่าจ้างบุคคลอื่นทำการขนส่งช่วงได้ และจำเลยที่ 4ว่าจ้างจำเลยที่ 5 เป็นผู้ขนส่งช่วงในทอดที่ 3 เหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2534 ขณะอยู่ในระหว่างการขนส่งของจำเลยที่ 5 โดยไม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง