คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 1916/2544
หลักกฎหมาย
หนังสือมอบอำนาจทำในต่างประเทศ ความสมบูรณ์ของหนังสือมอบอำนาจต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ทำหนังสือมอบอำนาจนั้น ไม่อยู่บังคับที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร การบังคับให้มีสำเนาเอกสารหรือคำแปลเอกสารที่รับรองถูกต้องตามมาตรา 31(2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530มีความมุ่งหมายเพียงเพื่อให้เอกสารดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ แม้ว่าสัญญาอนุญาโตตุลาการจะเป็นสำเนาซึ่งรับรองโดย จ. ซึ่งไม่มีส่วนรับรู้ในการทำสัญญาดังกล่าวและคำแปลเป็นภาษาไทยคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้แปลและผู้แปลสาบานตนแล้วหรือไม่ อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่รับรอง แต่เมื่อผู้คัดค้านมิได้กล่าวอ้างว่าสำเนาสัญญาอนุญาโตตุลาการและคำแปลดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไร จึงไม่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของเอกสารดังกล่าว ความไม่ชอบของเอกสารตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างจึงไม่ใช่ข้อสำคัญแห่งคดี ผู้คัดค้านต่อสู้ว่าสัญญาซื้อขายเครื่องเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติและอุปกรณ์กับข้อตกลงเกี่ยวกับการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันผู้คัดค้าน เพราะการทำสัญญาดังกล่าวผู้ร้องและผู้คัดค้านตกลงกันว่า จะต้องได้รับความเห็นชอบจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก่อน แต่ไม่ให้ความเห็นชอบคำคัดค้านดังกล่าวเป็นการยอมรับอยู่ในตัวถึงการมีสัญญาอนุญาโตตุลาการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน การที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่ผูกพันผู้คัดค้านเนื่องจากผู้ลงนามในสัญญาไม่มีอำนาจทำการผูกพันผู้คัดค้าน จึงเป็นการอุทธรณ์ที่ต่างจากคำคัดค้าน ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ที่บัญญัติให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปีนั้นเป็นกรณีการคิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดที่เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกได้สูงกว่าอัตรานี้โดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายมิใช่เป็นกรณีกฎหมายห้ามเด็ดขาดไม่ให้เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี หากมีเหตุอื่นอันชอบด้วยกฎหมายที่เจ้าหนี้สามารถเรียกได้สูงกว่าอัตรานี้ เจ้าหนี้ย่อมสามารถเรียกได้โดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมายการชำระหนี้ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่กำหนดให้ผู้คัดค้านใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนซึ่งเท่ากับร้อยละ 18 ต่อปี จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอบังคับให้ผู้คัดค้านชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศคือ เงินโครนนอร์เวย์ เท่านั้น การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยในวันที่มีคำพิพากษาเป็นเกณฑ์ จึงไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 196 วรรคสอง ที่กำหนดให้คิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่ และในเวลาที่ใช้เงิน อีกทั้งยังเป็นการพิพากษาเกินคำขอเพราะโจทก์มิได้มีคำขอดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 196ป.พ.พ. 224ป.วิ.พ. 142ป.วิ.พ. 225ป.รัษฎากร 118พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 31พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 32พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 34
คำพิพากษา (บางส่วน)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของราชอาณาจักรนอร์เวย์ มีนายไก โบเจน เป็นกรรมการและผู้จัดการทั่วไปกระทำการแทน ผู้ร้องได้มอบอำนาจให้นายธเนศเปเรร่า และ/หรือนายอภิชาติ แจ้งยุบล เป็นผู้ดำเนินการแทน ผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน) ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ทำสัญญาซื้อขายเครื่องเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติและอุปกรณ์ตกลงกันให้ระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวโดยการเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการ ณ กรุงโคโปนเฮเกนเป็นผู้ชี้ขาด ผู้ร้องได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยได้จัดซื้อสินค้าและอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าวเพื่อทำการส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้าน ทั้งได้จัดเตรียมเครื่องมือและบุคลากรที่จะดำเนินการติดตั้งสินค้าและอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าวในระบบทางด่วนยกระดับกรุงเทพมหานคร 1 และ 2 ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อถึงกำหนดชำระราคา ผู้คัดค้นกลับผิดนัดไม่ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญา เป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ผู้ร้องจึงนำข้อพิพาทสู่อนุญาโตตุลาการ ณ ราชอาณาจักรเดนมาร์กเพื่อให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในการดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการ ผู้ร้องนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำเสนอข้อพิพาทแก่ผู้คัดค้านโดยชอบ ผู้คัดค้านได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีและแต่งตั้งศาสตราจารย์ด็อกเตอร์วิกโก แฮกสตรอม เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายผู้คัดค้าน คณะอนุญาโตตุลาการแห่งสถาบันอนุญาโตตุลาการเดนมาร์กมีคำชี้ขาดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2541 ว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระเงินจำนวน 9,131,736 โครนนอร์เวย์ จากผู้คัดค้าน ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระดอกเบี้ยดังต่อไปนี้จากผู้คัดค้าน อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน 117,000 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2539จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน 1,170,000โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน 115,310 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 12เมษายน 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน115,310 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 12 เมษายน 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นและอัตราที่กำหนดโดยธนาคารแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก (ร้อยละ 3.5 ต่อปี)บวกร้อยละ 6 ต่อปี ในต้นเงิน 7,729,426 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 24ตุลาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 50,000 โครนนอร์เวย์ และผู้ร้องกับผู้คัดค้านต้องชำระค่าใช้จ่ายฝ่ายละกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บโดยสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก ผู้คัดค้านได้รับทราบคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและผู้ร้องได้ทวงถามให้ผู้คัดค้านชำระหนี้แล้ว แต่ผู้คัดค้านมิได้ชำระเงินตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ราชอาณาจักรเดนมาร์กเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการใช้บังคับคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ฉบับนครนิวยอร์ค ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)ขอให้บังคับผู้คัดค้านชำระเงินจำนวนดังต่อไปนี้แก่ผู้ร้องคือ ต้นเงิน9,131,736 โครนนอร์เวย์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันยื่นคำร้องขอไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น ดอกเบี้ยในอัตราต้นเงินและระยะเวลาดังต่อไปนี้ อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน117,000 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2539 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อคิดถึงวันยื่นคำร้องขอเป็นเงิน 32,461.89 โครนนอร์เวย์อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ในต้นเงิน 1,170,000 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2539 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อคิดถึงวันยื่นคำร้องขอเป็นเงิน 325,836.99 โครนนอร์เวย์ อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนในต้นเงิน115,310 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 12 เมษายน 2539 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จเมื่อคิดถึงวันยื่นคำร้องขอเป็นเงิน 29,922.16 โครนนอร์เวย์ อัตราร้อยละ9.5 ต่อปีในต้นเงิน 7,729,426 โครนนอร์เวย์ นับแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2539ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อคิดถึงวันยื่นคำร้องขอเป็นเงิน 1,609,422.22โครนนอร์เวย์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีชั้นอนุญาโตตุลาการ 250,000โครนนอร์เวย์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 9.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์2541 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อคิดถึงวันยื่นคำร้องขอเป็นเงิน20,952.05 โครนนอร์เวย์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สัญญาซื้อขายเครื่องเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติและอุปกรณ์ รวมทั้งข้อตกลงอนุญาโตตุลาการไม่มีผลใช้บังคับ ผู้คัดค้านได้บอกเลิกสัญญาพิพาทแล้ว คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการไม่ชอบและไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย การกำหนดค่าเสียหายและดอกเบี้ยในคำชี้ขาดไม่ชอบคำชี้ขาดมิได้กระทำโดยอนุญาโตตุลาการเดนมาร์ก การบังคับตามคำชี้ขาดเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง