คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 19349/2557
หลักกฎหมาย
พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 7 บัญญัติให้จ่ายสินบนและรางวัลจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากของกลางที่ศาลสั่งริบไม่อาจขายได้ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล เมื่อของกลางที่ยึดได้ในคดีนี้เป็นดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 75 บัญญัติให้บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กระทำความผิดตามมาตรา 70 ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ กรณีจึงไม่อาจนำดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งแปดและของผู้เสียหายที่ 8 ถึงที่ 11 ออกขายเพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นสินบนและรางวัลให้แก่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับได้ และแม้จะยังมีดีวีดีบางส่วนที่ไม่ทราบตัวผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งเจ้าพนักงานได้ยึดไว้เป็นของกลางด้วยก็ตาม แต่เมื่อดีวีดีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หากมีการนำออกขายเพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นสินบนและรางวัลก็จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นและไม่มีข้อยกเว้นตามกฎหมายให้กระทำได้ จึงไม่อาจนำดีวีดีนั้นออกขายเพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นสินบนและรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง ได้ แม้การจ่ายสินบนและรางวัลในกรณีของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ พระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 7 วรรคสอง จะให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาลก็ตาม แต่เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 โดยไม่ปรับ ตามระวางโทษที่มาตรา 27 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 บัญญัติไว้ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่า ราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจึงไม่มีเงินค่าปรับที่จะสั่งจ่ายเป็นสินบนร้อยละสามสิบของค่าปรับแก่ผู้นำจับและจ่ายเป็นรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของค่าปรับแก่เจ้าพนักงานผู้จับตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ได้
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 7, 8พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 75พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 27 ทวิ
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31, 70, 75 และ 76 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108, 110 และ 115 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 และ 83 ให้ดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 11 ของกลางจำนวน 33,466 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบดีวีดีที่เหลือทั้งหมด และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ กับสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับและรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 หรือที่ 12 ที่ 5 หรือที่ 14 ที่ 6 ที่ 7 หรือที่ 13 และที่ 15 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตให้ผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 6 เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และอนุญาตให้ผู้เสียหายที่ 4 หรือที่ 12 ที่ 5 หรือที่ 14 ที่ 7 หรือที่ 13 และที่ 15 เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 โดยให้เรียกผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 หรือที่ 12 ที่ 5 หรือที่ 14 ที่ 6 และที่ 7 หรือที่ 13 ว่าโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงที่ 7 ตามลำดับ และเรียกผู้เสียหายที่ 15 ว่า โจทก์ร่วมที่ 8 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) และประมวลกฎหมายอาญา 83 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งสิ่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นและความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรของผู้อื่นเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ส่วนความผิดฐานความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 2 ปี ให้ดีวีดีของกลางที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และริบดีวีดีของกลางที่เหลือทั้งหมด คำขออื่นให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งแปดมิได้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้อง คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ข้อเท็จจริงที่โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งแปด กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุพันตำรวจโทภพกานต์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบนำดีวีดีภาพยนตร์ ดีวีดีเพลง และดีวีดีเกมคอมพิวเตอร์ซึ่งทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาที่จังหวัดหนองคาย จึงแจ้งโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งน่าจะเป็นผู้เสียหายให้มาแจ้งความร้องทุกข์ หลังจากนั้นวันที่ 3 ธันวาคม 2548 พันตำรวจโทภพกานต์กับพวกพร้อมด้วยนายนิรัญ ผู้รับมอบอำนาจช่วงโจทก์ร่วมทั้งแปดเดินทางไปที่จังหวัดหนองคายและขอให้ศาลจังหวัดหนองคายออกหมายค้นบ้านเลขที่ 313 หมู่ที่ 4 ซอยเทศบาล 6 ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ของจำเลยที่ 3 ซึ่งสายลับแจ้งว่าเป็นสถานที่เก็บดีวีดีที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยขอเข้าตรวจค้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 เวลา 20 ถึง 24 นาฬิกา ซึ่งสายลับแจ้งว่าจะมีการนำดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เข้ามาเก็บไว้ในบ้านดังกล่าว แต่ในวันที่ขอหมายค้นพันตำรวจโทภพกานต์ได้รับแจ้งจากสายลับเมื่อเวลาประมาณ 19 นาฬิกา ว่ามีการลักลอบขนดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เข้ามาในจังหวัดหนองคายแล้ว พันตำรวจโทภพกานต์กับพวกจึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดที่หนึ่งมีพันตำรวจโทบรรฑูรย์ เป็นหัวหน้าชุดให้ไปเฝ้าอยู่ที
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง