คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539
ฎีกาที่ 194/2539
หลักกฎหมาย
โจทก์ร่วมถูกยิงอย่างกะทันหันโดยกระสุนปืนนัดแรกถากลำคอเป็นเหตุให้มีเลือดไหลย่อมจะตกใจกลัวและมุ่งแต่จะหลบหนีไม่น่าจะหันไปดูหน้าคนร้ายส่วน ณ. พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ร่วมที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยหันไปดูหลังจากเสียงปืนดัง2นัดช่วงนั้นคนร้ายยิงปืนเสร็จคงจะหลบหนีไปแล้วอีกทั้งพยานสองปากนี้เบิกความถึงจุดที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมขัดกับการนำชี้ที่ปรากฏในบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุชั้นสอบสวนของ ท. ซึ่งเป็นภริยาของโจทก์ร่วมที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยประกอบกับขณะที่ณ. และ ท. ส่งโจทก์ร่วมไปรักษาตัวไม่มีผู้ใดพูดถึงชื่อคนร้ายและเมื่อ ท. ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนก็ไม่ยอมระบุชื่อคนร้ายโดยอ้างว่าจะไปปรึกษากับโจทก์ร่วมและบุตรก่อนแล้วจะไประบุชื่อคนร้ายภายหลังจึงไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ร่วม ณ. และ ท.จะเห็นหน้าคนร้ายส่วน ค. ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ร่วมอีกคนหนึ่งที่เบิกความว่าก่อนเกิดเหตุเห็นจำเลยถืออาวุธปืนอยู่กับพวกที่ข้างรั้วบ้านแต่พยานกลับมานอนต่อที่บ้านโดยไม่ยอมบอกผู้ใดทราบก็ไม่น่าเชื่อถือเพราะขณะนั้นมีข่าวการว่าจ้างให้ไปยิงโจทก์ร่วมอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวังตัวแล้วพยานโจทก์และโจทก์ร่วมที่สืบมายังเป็นที่สงสัยว่าประจักษ์พยานจะเห็นหน้าจำเลยว่าเป็นคนร้ายที่กระทำผิดหรือไม่จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ วันที่ 31 มีนาคม 2535 เวลา กลางคืนก่อน เที่ยง จำเลย กับพวก อีก 1 คน ได้ ร่วมกัน ใช้ อาวุธปืน ยิง นาย ปลื้ม จันทองพูน ผู้เสียหาย โดย เจตนาฆ่า กระสุนปืน ถูก ผู้เสียหาย บริเวณ แขน ซ้าย และ ข้อมือ ขวา เป็นเหตุ ให้ ได้รับ อันตรายสาหัสต้อง ป่วย เจ็บ ด้วย อาการ ทุกขเวทนา และ ประกอบ กรณียกิจ ตาม ปกติ ไม่ได้เกินกว่า 20 วัน เหตุ เกิด ที่ ตำบล ทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัด สงขลา เจ้าพนักงาน ยึด ได้ ปลอก กระสุนปืน 2 ปลอก เป็น ของกลาง ขอให้ ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 และ ริบ ปลอก กระสุนปืนของกลาง จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ระหว่าง พิจารณา นาย ปลื้ม จันทองพูน ผู้เสียหาย ยื่น คำร้อง ขอ เข้าร่วม เป็น โจทก์ ศาลชั้นต้น อนุญาต ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบ มาตรา 80, 83 จำคุก 10 ปี ริบ ปลอก กระสุนปืน ของกลาง จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ ปลอก กระสุนปืนของกลาง ให้ริบ โจทก์ และ โจทก์ร่วม ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "ทางพิจารณา โจทก์ และ โจทก์ร่วม นำสืบ ว่า บ้านของ โจทก์ร่วม มี ประตู เข้า ออก รวม 3 ประตู คือ ประตู หน้า บ้าน และประตู ข้าง อีก 2 ประตู ที่ บ้าน โจทก์ร่วม ไม่มี ไฟฟ้า ใช้ เมื่อ วันที่ 31มีนาคม 2535 เวลา ประมาณ 5 นาฬิกา โจทก์ร่วม เตรียม ตัว จะ ไป กรีด ยางภายใน บ้าน จุด ตะเกียง น้ำมันก๊าด 1 ดวง ตั้ง อยู่ บน โต๊ะ ห่าง โจทก์ร่วมประมาณ 2 วา และ มี ตะเกียง แก๊ส ตั้ง อยู่ ห่าง ประตู บ้าน ประมาณ 3 เมตรนาง เทียบ จันทองพูน ภริยา โจทก์ร่วม ได้ ปลุก นาย ณรงศักดิ์ และ เด็ก ชาย คล่องประสิทธิ์ จันทองพูน บุตรชาย ทั้ง สอง ตื่น ขึ้น เตรียม ตัว ไป กรีด ยาง นาย ณรงค์ศักดิ์ ตื่น แล้ว ไป นอน เล่น ที่ เก้าอี้ หวาย ข้าง โจทก์ร่วม ส่วน เด็ก ชาย คล่องประสิทธิ์ ออก ไป ปัสสาวะ ที่ นอกบ้าน เห็น จำเลย และ นาย ยิ่ง หนูนวล ด้าน ข้าง ขณะ ปัสสาวะ อยู่ ห่าง จำเลย ประมาณ 2 เมตร จำเลย ยืน ถือ อาวุธปืน ยาว อยู่ กับ นาย ยิ่ง ที่ โอ่งน้ำ บริเวณ รั้ว บ้าน เมื่อ เด็ก ชาย คล่องประสิทธิ์ ปัสสาวะ เสร็จ ก็ เข้า ไป ใน บ้าน นั่ง ใกล้ กับ โจทก์ร่วม ส่วน นาง เทียบ ไป แต่ง ตัว ที่ หลังบ้าน เพื่อ ไป กรีด ยาง ด้วยกัน ขณะที่ โจทก์ร่วม กำลัง กรอก น้ำ ใส่ ตะเกียง แก๊สที่ ใช้ ใน การ กรีด ยาง มี เสียง ปืน ดัง 1 นัด จาก ที่ ประตู ข้าง ที่ 1กระสุนปืน เฉี่ยว บริเวณ คอ ของ โจทก์ร่วม ทำให้ มี เลือดไหล เมื่อ โจทก์ร่วมหัน ไป ดู ที่ ประตู ข้าง ที่ 1 อาศัย แสง จาก ตะเกียง ภายใน บ้าน เห็น จำเลยยืน อยู่ กับ นาย ยิ่ง ขณะ นั้น โจทก์ร่วม ตกใจ อยู่ ไม่ ทัน สังเกต ว่า จำเลย และ นาย ยิ่ง จะ มี อาวุธ หรือไม่ โจทก์ร่วม ถูก ยิง แล้ว เอี้ยว ตัว จะ หลบหนี ก็ มี เสียง ปืน ดัง ขึ้น จาก ทิศ เดียว กัน อีก 1 นัด กระสุนปืน ถูก โจทก์ร่วมที่ ไหล่ ซ้าย ทะลุ ที่ อก และ ที่ มือขวา ทำให้ กระดูก ต้น แขน ซ้าย และข้อมือ ขวา แตก เมื่อ ถูก ยิง ถึง 2 นัด โจทก์ร่วม ร้อง ว่า ตะเกียง ระเบิดเหตุ ที่ ร้อง เช่นนี้ เพื่อ ให้ บุตรชาย ทั้ง สอง ตื่น ขึ้น โดย ไม่ ตกใจ หลังจากเสียง ปืน 2 นัด แล้ว นาง เทียบ ซึ่ง อยู่ ที่ หลังบ้าน คิดว่า พวก ขนของ หนี ภาษี ไล่ยิง กัน ที่ หน้า บ้าน จึง วิ่ง ออก ไป ดู ว่า ได้ ทิ้ง สิ่งของ หนี ภาษี ไว้หรือไม่ ขณะ นั้น นาง เทียบ คาด ตะเกียง แก๊ส อยู่ ที่ ศีรษะ อยู่ แล้ว เมื่อ วิ่ง ออกจาก ประตู ข้าง ที่ 2 ได้ 3 ถึง 4 เมตร เห็น จำเลย ถืออาวุธปืน ยาว กับ นาย ยิ่ง ยืน อยู่ ที่ นอกบ้าน ห่าง ประตู ข้าง ที่ 1 ประมาณ 1 ช่วง แขน เมื่อ จำเลย และ นาย ยิ่ง เห็น นาง เทียบ ก็ วิ่ง ออก หน้า บ้าน ไป นาง เทียบ เห็น โจทก์ร่วม ได้รับ บาดเจ็บ จึง ร่วม กับ นาย ณรงค์ศักดิ์ พา โจทก์ร่วม ขึ้น รถ ไป รักษา ที่ โรงพยาบาล หาดใหญ่ มี ชาวบ้าน ไป ด้วย เกือบ เต็ม คัน รถ วันเกิดเหตุ เวลา 13 นาฬิกา นาง เทียบ ไป แจ้งความ ต่อ ร้อยตำรวจเอก สรพล เจริญวงศ์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร อำเภอ สะเดาโดย แจ้ง ว่า จำ หน้า คนร้าย ได้ แต่ ขอบ อก ชื่อ ใน ภายหลังเมื่อ รับ แจ้ง แล้ว พนักงานสอบสวน ไป ตรวจ ดู ที่เกิดเหตุ ทำแผน ที่เกิดเหตุและ บันทึก การ ตรวจ สถานที่เกิดเหตุ ต่อมา อีก เกือบ 2 เดือน สอบ คำให้การนาง เทียบ และ โจทก์ร่วม เพิ่มเติม นาง เทียบ และ โจทก์ร่วม จึง ระบุ ชื่อ จำเลย เป็น คนร้าย โจทก์ร่วม ได้รับ บาดเจ็บ ทำให้ กระดูก ต้น แขน ซ้ายและ กระดูก ข้อมือ ขวา แตก ใช้ เวลา รักษา รวม 3 เดือน เมื่อ ประมาณ4 ปี ก่อน เกิดเหตุ นาย ณรงค์ศักดิ์ เคย ถูก กล่าวหา ว่า ไป ฆ่า นาย ชาลี มุนีแนม คู่ เขยของ จำเลย และ นาย ยิ่ง และ ถูก ฟ้อง ดำเนินคดี แต่ ศาล พิพากษายก ฟ้อง มี คน ไป บอก โจทก์ร่วม ว่า บิดา ของ นาย ชาลี ได้ว่า จ้าง ให้ คน ไป ยิง โจทก์ร่วม วันที่ 11 มิถุนายน 2535 นาย
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง