คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2566
ฎีกาที่ 1943/2566
หลักกฎหมาย
ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 มีเจตนารมณ์ให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายในทางแพ่งได้รับความสะดวกรวดเร็วในการได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่ง แม้พนักงานอัยการโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ แต่โจทก์ร่วมได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าซ่อมรถยนต์ 15,000 บาท อันเนื่องมาจากการกระทำในเหตุการณ์หรือกรรมเดียวกับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องของพนักงานอัยการ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า รถยนต์ของโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำในเหตุการณ์หรือกรรมเดียวกับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โจทก์ร่วมจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเรียกค่าซ่อมรถยนต์เข้ามาในคดีอาญานี้ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58, 80, 83, 91, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง และนำโทษของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1431/2562 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ระหว่างพิจารณา นาย ม. ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในทางทำมาหาได้วันละ 325 บาท นาน 3 เดือน เป็นเงิน 29,250 บาท ค่าสินไหมทดแทนกรณีสูญเสียแขนซ้าย 300,000 บาท ค่าเสียหายทางจิตใจที่ต้องพิการ 300,000 บาท ค่าซ่อมรถยนต์ 15,000 บาท รวมเป็นเงิน 694,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิดถึงวันยื่นคำร้อง รวมเป็นเงิน 705,492.57 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 694,250 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การในคดีส่วนแพ่งว่า ไม่ได้กระทำความผิด จึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี รวมทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) เมื่อจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1431/2562 ของศาลชั้นต้น มาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ได้อีก ยกคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 694,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ร่วมโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ในส่วนของดอกเบี้ยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามที่พระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ร่วมขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้ฎีกาโต้แย้งฟังได้ตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ขณะโจทก์ร่วมขับรถยนต์อยู่บนถนนที่เกิดเหตุ มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม กระสุนปืนถูกโจทก์ร่วมที่แขนซ้ายเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส ต้องตัดแขนซ้ายและพิการไปตลอดชีวิตทั้งรถยนต์ของโจทก์ร่วมได้รับความเสียหาย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจร่วมกันจับกุมจำเลยทั้งสองตามหมายจับ ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยทั้งสองว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โจทก์ร่วมรู้จักกับจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ในช่วงเกิดเหตุโจทก์ร่วมเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลจะแหน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างสำนักงาน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง