คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2492
ฎีกาที่ 1958/2492
หลักกฎหมาย
จำเลยซึ่งรับราชการทหารมีอาวุธปืนของราชการทหาร เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่สารวัตรนั้น ถือว่าจำเลยมีไว้ทางราชการทหารไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แม้จะเอาปืนนั้นไปเพื่อก่อการร้ายก็ตาม
มาตราที่อ้างถึง
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 8พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72
คำพิพากษา (บางส่วน)
ความว่าจำเลยทั้ง 3 เป็นทหารประจำกองสารวัตรทหารเรือเย็นวันหนึ่ง จำเลยที่ 2 ขอเบิกปืนกลและกระสุนจากจ่าเอกหันซึ่งมีหน้าที่ควบคุมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกองสารวัตรไปบอกว่า จะไปดักจับคนนำของหนีภาษี โจทก์ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ 2490 มาตรา 7, 8, 72 จำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ ศาลทหารกรุงเทพฯ ให้จำคุกคนละ 4 ปี ลดกึ่งเหลือคนละ 2 ปีกรรมการนายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าจำเลยทั้ง 3 ไม่ผิด ควรปล่อย ศาลทหารกลางพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 คนเดียวตามที่ศาลเดิมกำหนดโทษ จำเลยนอกนั้นไม่มีความผิด โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จ่าหันจ่ายปืนกลและกระสุนให้จำเลยที่ 2 ไปโดยเข้าใจว่าจ่ายในกรณีพิเศษ เพื่อจำเลยที่ 2 นำไปปฏิบัติหน้าที่สารวัตร พระราชบัญญัติอาวุธปืน 2490 มาตรา 5(1) มีว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของราชการทหารนั้น พระราชบัญญัติอาวุธปืนมิให้ใช้บังคับอาวุธปืนรายนี้เป็นของราชการทหาร จำเลยที่ 2 มีไว้ในทางราชการทหาร จึงไม่มีความผิด ตลอดทั้งจำเลยที่ 1 และที่ 3 ที่จำเลยทั้ง 3 ถูกจับเพราะตำรวจสงสัยว่าจะไปก่อการร้ายก็ดีที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำแถลงขอรับสารภาพ เมื่อสืบพยานเสร็จแล้วก็ดีก็ไม่ทำให้การกระทำที่ไม่ผิดกลับเป็นผิดขึ้นได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง