ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543

ฎีกาที่ 1974/2543

หลักกฎหมาย

เมื่อที่ดินของโจทก์ทั้งสี่แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 ต้องถือเคร่งครัดว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสี่แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 เท่านั้น แม้ที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 จะเคยเป็นที่แปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 23574 ของจำเลยมาก่อนก็ตาม จะถือโดยอนุโลมว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสี่แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 23574 ด้วยไม่ได้ โจทก์ทั้งสี่จึงไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านทางพิพาทซึ่งเป็นที่ดินโฉนดหมายเลข 23574 ออกไปสู่ถนนสาธารณะได้โจทก์ทั้งสี่คงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านไปสู่ทางสาธารณะได้เฉพาะภายในบริเวณที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 เท่านั้

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของและเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 204047, 204048, 46457, 204044, 111296, 111297, 98699, 142015, 43690, 46461 และ 46460 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 23574 ตำบลเดียวกัน ลักษณะที่ดินของจำเลยมีความกว้าง 50 เซนติเมตร ยาวตลอดแนวกั้นแบ่งที่ดินของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 แปลงที่อยู่ทางด้านทิศเหนือกับที่ดินโจทก์ทั้งสี่ทางด้านทิศใต้ทำให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ทางด้านทิศใต้ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ซึ่งเดิมโจทก์ทั้งสี่ได้ใช้ที่ดินของจำเลยกว้างประมาณ 0.25 วา ยาวประมาณ 15 วา รวมเนื้อที่ 4 ตารางวา เป็นทางผ่านออกสู่ถนนในหมู่บ้านเลิศนิมิต และถนนสาธารณะสายบางนา - ตราดได้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2536 จำเลยได้ให้ทนายความบอกกล่าวขอใช้ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่เพื่อนำไปทำการก่อสร้างรั้วคอนกรีตในที่ดินของจำเลยแต่โจทก์ทั้งสี่ไม่อนุญาต หากจำเลยสร้างรั้วในที่ดินของจำเลยจะทำให้โจทก์ทั้งสี่ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะดังกล่าว จึงขอให้จำเลยระงับการก่อสร้างรั้วคอนกรีตอิฐบล็อกบนที่ดินของจำเลยขนาดกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 32 เมตร หากจำเลยฝ่าฝืนก่อสร้างขึ้นก็ให้จำเลยรื้อถอน หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ให้โจทก์ทั้งสี่เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายแทนทั้งหมด จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิจะใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ 23574 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการของจำเลยผ่านออกไปสู่ทางสาธารณะสายบางนา-ตราด เพราะที่ดินของโจทก์ทั้งสี่แปลงทางด้านทิศใต้มีทางออกสู่ถนนสาธารณะสายบางนา - ตราดทางด้านริมคลองบางนาทิศตะวันตกได้ ซึ่งเดิมที่ดินแปลงของโจทก์ทั้งสี่ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 ซึ่งมีนายจ๊อก เกรียงพันธ์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ นายจ๊อกได้แบ่งเป็นแปลงย่อย 6 แปลง คือโฉนดเลขที่ 43686 ถึง 43691 รวมกับแปลงคงเหลือเป็น 7 แปลง โดยใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ 43686 เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะทางคลองบางนากว้าง 6 เมตร ต่อมาในปี 2523 ทายาทผู้รับมรดกของนายจ๊อกได้แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 43686 เป็นแปลงย่อยแล้วขายผู้อื่นรวมทั้งโจทก์ทั้งสี่ ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งแยกเป็นที่แปลงย่อยอีกคือโฉนดเลขที่ 204044, 204045, 204046 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ดังนั้น โจทก์ทั้งสี่จึงควรผ่านที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวออกสู่คลองบางนาเพื่อไปสู่ทางสาธารณะได้ เพราะเป็นที่ดินที่แยกออกจากแปลงเดียวกัน นอกจากนี้หากโจทก์ทั้งสี่เข้าออกผ่านที่ดินของจำเลย ก็ไม่ถึงทางสาธารณะสายบางนา - ตราด เพราะมีที่ดินของหมู่บ้านเลิศนิมิตคั่นอยู่ คือที่ดินโฉนดเลขที่ 111269 นอกจากนี้ต้องผ่านที่ดินที่บริษัทเลิศนิมิต จำกัด 2 จดทะเบียนเป็นภาระจำยอม ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ดินของจำเลยจึงหาใช่ที่ดินที่จะตกเป็นทางจำเป็นไม่ อย่างไรก็ดีหากโจทก์ทั้งสี่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะจริง โจทก์ทั้งสี่ก็สามารถที่จะฟ้องออกทางถนนหมู่บ้านเลคไซด์ วิลล่า เพื่อออกสู่ถนนสาธารณะสายบางนา - ตราดได้ซึ่งสะดวกกว่าทั้งจะทำให้เจ้าของที่ดินที่ผ่านเสียหายน้อยที่สุด ดังนั้น โจทก์ทั้งสี่จึงหามีสิทธิที่จะฟ้องให้จำเลยระงับการก่อสร้างรั้วกำแพงไม่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 4 เมตร ตรงที่ดินโฉนดเลขที่ 111297 ของโจทก์ตามแนวประตูทางเข้าเดิมเพื่อเป็นทางเชื่อมผ่านระหว่างที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือกับทิศใต้ ห้ามจำเลยก่อสร้างรั้วหรือกระทำการใดเพื่อเป็นการปิดกั้นที่ดินบริเวณดังกล่าว โดยโจทก์ต้องชดใช้ค่าทดแทนที่ดินให้จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสี่ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะฟ้องเป็นคดีใหม่ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติได้ว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 1682 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ 43 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา มีนายจ๊อก เกรียงพันธ์ และนางแดง ตฤนานนท์ เป็นเจ้าของถือกรรมสิทธิ์รวม เมื่อปี 2504 มีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม โดยนางแดงได้ที่ดินส่วนด้านทิศเหนือเนื้อที่ 19 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา และออกโฉนดฉบับใหม่ คือโฉนดเลขที่ 23574 ตามสำเนาโฉนดเอกสารหมาย ล.13 ส่วนนายจ๊อกได้ที่ดินส่วนด้านทิศใต้ เนื้อที่ 23 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา เป็นแปลงคงเหลือในโฉนดเลขที่ 1682 เดิม ตามสำเนาโฉนดเอกสารหมาย ล.14 ในปี 2513 นางแดงได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 23574 ให้แก่เรือเอกผัน จันทรโรจน์ และเรือเอกผันขายฝากแก่นายเลิศจิตติวาณิชย์ กับนายแดง ชินสมบูรณ์ ครบกำหนดแล้วไม่ไถ่ถอนคืน นายเลิศ กับนายแดงจึงได้โอนที่ดินแปลงดังกล่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2543 · ทนอย Thanoy