ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2555

ฎีกาที่ 19960/2555

หลักกฎหมาย

ขณะจำเลยรับผู้เสียหายเข้าทำงานไม่ได้ตรวจดูหลักฐานเกี่ยวกับอายุของผู้เสียหายก่อน ผู้เสียหายมีรูปร่างโตกว่าเด็กทั่วไปตัวใหญ่และมีส่วนสูงประมาณ 155 เซนติเมตร และเมื่อพิจารณาภาพถ่ายของผู้เสียหายแล้วก็มีรูปร่างสูงใหญ่และลักษณะสูงใหญ่เกินกว่าเด็กหญิงที่มีอายุ 15 ปี โดยทั่วไป เช่นนี้จึงมีเหตุผลที่จำเลยจะเข้าใจโดยสุจริตว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ถึง 18 ปี การที่จำเลยสำคัญผิดเกี่ยวกับอายุของผู้เสียหายนี้เป็นการไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 59 วรรคสาม วรรคสอง และวรรคหนึ่ง แม้จะมีบทบัญญัติความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราในมาตรา 276 วรรคแรก แต่เมื่อผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดมาตรา 276 วรรคแรก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, 277, 277 ทวิ และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามมาตรา 92 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 277 ทวิ (1) จำคุก 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี ไม่เพิ่มโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามทางนำสืบของคู่ความที่ไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า เด็กหญิง บ. ผู้เสียหาย เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2533 เป็นบุตรของนาง ว. กับนาย อ. ตามวันเวลาเกิดเหตุ ผู้เสียหายมีอายุ 14 ปีเศษ พักอาศัยอยู่กับนางสาว ส. น้าของผู้เสียหายและผู้เสียหายทำงานรับจ้างปอกตาสับปะรดให้จำเลย วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 14 นาฬิกา ขณะที่ผู้เสียหายและเด็กหญิง จ. รับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน นาย ก.ซึ่งเป็นคนรักของเด็กหญิง จ. ขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านชวนผู้เสียหายไปตัดผมที่โป่งกระทิง ผู้เสียหายตกลงแล้วผู้เสียหายและเด็กหญิง จ. นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนาย ก. ไปโดยเด็กหญิง จ. นั่งตรงกลางผู้เสียหายนั่งท้ายสุด เมื่อใกล้ถึงร้านตัดผมนาย ก. ขับรถจักรยานยนต์พาเด็กหญิง จ. และผู้เสียหายไปบ้านของจำเลย พบจำเลยนั่งอยู่กับเพื่อนประมาณ 4 ถึง 6 คน โดยผู้เสียหายอ้างว่า จำเลยนั่งดื่มสุรากับเพื่อน นาย ก. และเด็กหญิง จ. พาผู้เสียหายเข้าไปในห้องของนาย ก. ซึ่งเป็นห้องนอนด้วยโดยอยู่ห่างจากบ้านของจำเลยประมาณ 2 ถึง 3 ก้าว สักครู่จำเลยเดินเข้ามาในห้อง นาย ก. และเด็กหญิง จ. เดินออกไปจากห้อง ต่อมามีเลือดออกมาจากอวัยวะเพศของผู้เสียหาย นาย ก. และเด็กหญิง จ. นำยามาให้ผู้เสียหายกิน 1 เม็ด จากนั้นนาย ก. และเด็กหญิง จ. ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายกลับบ้าน ระหว่างทางแวะซื้อผ้าอนามัยให้ผู้เสียหายใช้ซับเลือด ผู้เสียหายถึงบ้านแล้วเข้านอนมีเลือดออกตลอดเวลา ผู้เสียหายปวดท้องน้อยและหน้ามืด ครั้นเวลาประมาณ 20 นาฬิกา นางสาว ส. กลับถึงบ้านพาผู้เสียหายไปโรงพยาบาลสวนผึ้ง แพทย์หญิง พ. ตรวจร่างกายผู้เสียหายแล้วทำการห้ามเลือด แต่ความดันโลหิตของผู้เสียหายต่ำซึ่งหากต่ำมากๆ เลือดอาจไหลไม่หยุดเป็นอันตรายต่อชีวิต จึงส่งตัวผู้เสียหายไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี นายแพทย์ ท. รับตัวผู้เสียหายไว้ทำการตรวจรักษาผู้เสียหายแล้วเห็นว่า ผู้เสียหายน่าจะผ่านการร่วมประเวณีมาและใช้เวลารักษาหายภายใน 14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน นาง ว. มารดาของผู้เสียหายแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กล่าวหาจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายอายุ 14 ปีเศษ ต่อมานาง ว. และนาง ฉ. มารดาของจำเลยได้มีการเจรจากัน ทำบันทึกเรื่องเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายว่า นาง ว. เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 200,000 บาท ฝ่ายนาง ฉ. ขอไปปรึกษาญาติก่อน แต่ตกลงกันไม่ได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า นาย ก. และเด็กหญิง จ. พาผู้เสียหายเข้าไปในห้องของนาย ก. เด็กหญิง จ. บอกผู้เสียหายว่า จำเลยจะขอพูดอะไรด้วย เมื่อจำเลยเข้ามาในห้องผู้เสียหายจะเดินตามนาย ก. และเด็กหญิง จ. ออกไปจำเลยดึงแขนผู้เสียหายไว้ จำเลยล็อกประตูห้อง จำเลยถามผู้เสียหายว่ามาทำอะไร ผู้เสียหายบอกว่าไม่รู้ว่าจะพามาที่นี่ แล้วจำเลยผลักผู้เสียหายลงบนที่นอน ผู้เสียหายไม่กล้าร้องเพราะจำเลยดื่มสุราและมีพวกของจำเลยรออยู่ข้างนอกอีกหลายคน ผู้เสียหายรู้สึกกลัว พยายามขัดขืน จำเลยเข้ามาถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายออกจนหมด จำเลยขึ้นมาทับตัวผู้เสียหายพยายามเอาอวัยวะเพศของจำเลยที่แข็งตัวสอดเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย แต่สอดเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่งของอวัยวะเพศของจำเลย เนื่องจากช่องคลอดของผู้เสียหายฉีกขาดมีเลือดออก จำเลยพยายามสอดใส่อวัยวะเพศเข้าออกอีกหลายครั้งประมาณ 25 นาที ผู้เสียหายเจ็บมีเลือดไหลออกเลอะที่นอน เมื่อจำเลยเห็นว่าทำไม่สำเร็จจำเลยจะเดินออกไปจากห้อง ผู้เสียหายบอกจำเลยให้เรียกเด็กหญิง จ. เข้ามาแล้วนาย ก. และเด็กหญิง จ. เข้ามาในห้อง เด็กหญิง จ. บอกจะซื้อยามาให้ ผู้เสียหายรออยู่ประมาณ 10 นาที นาย ก. และเด็กหญิง จ. เข้ามาในห้อง นำยามาให้ผู้เสียหายกิน 1 เม็ด แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นยาอะไร เห็นว่า ตามแบบสำหรับส่งผู้ป่วยไปรับการตรวจหรือรักษาต่อ ที่แพทย์หญิง พ. จัดทำระบุในส่วนของประวัติการป่วยได้ใจความว่า ประจำเดือนผู้เสียหายมาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 ประจำเดือนขาดไป 1 เดือน สงสัยว่าตั้งค
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง