คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2542
ฎีกาที่ 2/2542
หลักกฎหมาย
จำเลยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนเล็กกลยิงมาทางผู้เสียหาย ทั้งหกในขณะนั่งมาในรถยนต์ซึ่งแล่นมาตามถนนสายพัทลุง-ตรัง โดยจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่ากระสุนปืน ที่จำเลยกับพวกใช้ยิงอาจถูกผู้เสียหายทั้งหกซึ่งนั่งอยู่ ในรถยนต์ได้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งหก เพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ จำเลยกับพวกลงมือ กระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนถูกรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ได้รับความเสียหาย ถูกผู้เสียหายที่ 5 ได้รับบาดเจ็บและกลุ่มผู้เสียหายหลบหนีได้ทัน จำเลยกับพวก ไม่อาจชิงทรัพย์ได้สำเร็จ จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกัน พยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งหกเพื่อความสะดวกในการที่จะ กระทำความผิดอย่างอื่นและฐานร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ ของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 5 ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนนอกจากที่กำหนดใน กฎกระทรวงไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 78 วรรคหนึ่ง กับความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าว ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกัน พยายามชิงทรัพย์ตามมาตรา 78 วรรคสาม ฐานร่วมกัน พยายามฆ่าผู้อื่น และฐานร่วมกันพยายามชิงทรัพย์เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิด ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 59ป.อ. 90ป.อ. 289ป.อ. 339ป.วิ.อ. 227พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 55พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับสิบเอกประพิน ฤกษ์สโมสรและพวกอีกหลายคนที่เป็นพลเรือนร่วมกันมีอาวุธปืนเล็กกล(เอ็ม 16) 1 กระบอก กระสุนปืนเล็กกล 13 นัด ที่ใช้ยิงได้ซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และซองบรรจุกระสุนปืนเล็กกลไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยกับพวกร่วมกันพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวทั้งมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ หลังจากนั้นจำเลยกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ของนายสุวรรณ มุคุระ ผู้เสียหายที่ 1 นายสุทัศน์ จินตโกศล ผู้เสียหายที่ 2 นางจันทรา หงษ์สุวรรณ ผู้เสียหายที่ 3 นายจรัส อ่อนเรือง ผู้เสียหายที่ 4 นางพะเยาว์ อ่อนเรือง ผู้เสียหายที่ 5 ไปโดยทุจริต โดยร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงผู้เสียหายทั้งห้าและนายถนอม เจ้ยแก้ว ผู้เสียหายที่ 6โดยเจตนาฆ่าและเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์พาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น จำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 แต่ถูกผู้เสียหายที่ 5 ที่บริเวณปอด ผู้เสียหายที่ 5 ได้รับการรักษาได้ทัน ผู้เสียหายทั้งหกจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยกับพวก นอกจากนี้กระสุนปืนยังถูกรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ฉีกขาดแตกทะลุได้รับความเสียหาย จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 5 หลบหนีได้ทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 289, 339, 340, 340 ตรี, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 55, 72 ทวิ, 78 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(6), 339 วรรคสองและสาม, 340 ตรี, 371, 83, 80 ประกอบมาตรา 52(1) พระราชบัญญัติ อาวุธปืน ครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 ทวิ วรรคสอง, 78 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(6), 80 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 3 กระทง แต่ละกระทง ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายจำคุก 3 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) แล้ว ให้จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยแต่เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น และฐานร่วมกันพยายามชิงทรัพย์หรือไม่ ในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยดังกล่าวโจทก์มีนายสุวรรณ มุคุระ ผู้เสียหายที่ 1 เบิกความเป็นพยานว่าคืนเกิดเหตุพยานขับรถยนต์กระบะแล่นมาตามถนนสายพัทลุง-ตรัง มุ่งหน้าไปอำเภอหาดใหญ่ โดยผ่านเขาพับผ้า เมื่อมาใกล้ถึงที่เกิดเหตุพยานเห็นชาย 2 คน อยู่ข้างถนน ห่างจากพยานประมาณ 500 เมตร พยานรู้สึกสงสัย เมื่อรถยนต์แล่นมาใกล้ในระยะห่างกัน 50 เมตร พยานเห็นชายทั้งสองถืออาวุธปืนเล็กกล(เอ็ม 16) คนละ 1 กระบอก และเมื่อรถยนต์แล่นเข้าใกล้ห่างกันประมาณ 2 ถึง 3 เมตร ชายคนหนึ่งยกอาวุธปืนเล็กกลเล็งยิงมาที่รถยนต์ของพยาน กระสุนปืนถูกที่หม้อน้ำ ประตูด้านซ้ายและตัวถังรถยนต์ด้านหลังพยานขับรถยนต์ผ่านไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านนา ต่อมาในคืนนั้นระหว่างที่พยานให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพัทลุงเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและสิบเอกประพิน ฤกษ์สโมสรมาที่สถานีตำรวจดังกล่าวพยานจำจำเลยได้ว่าเป็นคนร้ายจึงชี้ตัวและยืนยันต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า จำเลยเป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงพยาน เห็นว่า ขณะเกิดเหตุแม้จะเป็นเวลากลางคืนแต่ก็ได้ความจากพยานว่า พยานเห็นคนร้ายอยู่ข้างถนนโดยอาศัยแสงสว่างจากไฟหน้ารถยนต์โดยเห็นตั้งแต่อยู่ห่างกันประมาณ500 เมตร จนกระทั่งห่างกัน 50 เมตร เห็นคนร้ายทั้ง
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง