คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2543
ฎีกาที่ 2000/2543
หลักกฎหมาย
งานภาพพิมพ์รูปการ์ตูนหมีพูห์ (WinniethePooh) ของผู้เสียหายอันเป็นศิลปกรรมอยู่ในประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ผู้เสียหายสร้างสรรค์จินตนาการนั้นเป็นการสร้างสรรค์จินตนาการโดยวิจักขณ์จากธรรมชาติซึ่งเป็นสัตว์โลกที่เรียกกันว่า "หมี"(BEAR) มาเป็นงานศิลปกรรมในรูปการ์ตูนสัตว์โลกที่เป็น "หมี" เป็นสัตว์ธรรมชาติที่มีชีวิตที่งดงามแปลกหูแปลกตาและแปลกไปจากสัตว์อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมมีปรัชญาศิลปะอยู่ในตัวบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการในศิลปะในลักษณะต่าง ๆ กันได้เมื่อการสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนมีที่มาจากสัตว์ธรรมชาติอย่างเดียวกันโดยการริเริ่มขึ้นเองของผู้สร้างสรรค์แต่ละคน งานศิลปกรรมดังกล่าวจึงอาจจะเหมือนหรือคล้ายกันได้โดยไม่จำต้องมีการลอกเลียนทำซ้ำกันหรือดัดแปลงงานของกันและกันแต่อย่างใด พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 6 วรรคสอง ไม่ได้ให้ความคุ้มครองแก่ความคิดในการสร้างสรรค์งาน การใช้ความคิดริเริ่มนำเอาความสวยงามตามธรรมชาติของสัตว์โลกมาสร้างสรรค์จินตนาการเป็นภาพการ์ตูนจึงเป็นความคิดที่กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการผูกขาดจินตนาการหรือสุนทรียภาพในทางความคิดก่อให้เกิดผลเสียแก่มนุษยชาติ เนื่องจากจะมีผลทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถสร้างสรรค์จินตนาการของตนเองเป็นภาพการ์ตูนจากสัตว์ธรรมชาติหรือจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติชนิดเดียวกันหรือประเภทเดียวกันได้ กฎหมายลิขสิทธิ์จึงคุ้มครองเฉพาะการแสดงออกซึ่งความคิดซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ของผู้เสียหายโดยนำลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนรูปหมีพูห์ซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายจำนวน 4,435 ใบ ออกขายเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเพื่อหากำไรและเพื่อการค้า โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปหมีพูห์ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่า ลูกโป่งจำนวนดังกล่าวที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย และจำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่ารูปหมีพูห์บนลูกโป่งดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย เมื่อปรากฏว่าจำเลยรับซื้อลูกโป่งจากบุคคลอื่นมาบรรจุแผงขาย เจ้าพนักงานตำรวจค้นและแยกลูกโป่งออกจากกันแล้ว พบว่ามีลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนหมีพูห์ที่คล้ายภาพหมีพูห์ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายได้เพียง 4,435 ใบจากจำนวนลูกโป่งทั้งหมดเกือบ 1,000,000 ใบ ซึ่งมีภาพการ์ตูนสัตว์หลายประเภทปะปนกันนับว่าเป็นจำนวนน้อยมาก ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักและเหตุผลให้เชื่อได้ดังที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยสั่งซื้อลูกโป่งมาขายแก่ลูกค้าโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาพพิมพ์บนลูกโป่งว่าจะเป็นภาพใดแต่เน้นที่สีของลูกโป่ง เนื้อของลูกโป่งความยืดหยุ่น และลูกโป่งที่ไม่รั่วเท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้ฟังได้ว่า ภาพหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางคือภาพที่ได้ทำขึ้นโดยมิได้มีการริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเอง แต่เป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย แม้จะฟังว่าภาพการ์ตูนหมีพูห์บนลูกโป่งของกลางได้มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพพิมพ์หมีพูห์ของผู้เสียหาย แต่พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอให้ฟังได้ว่า จำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานภาพพิมพ์บนลูกโป่งของกลางนั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหาย แล้วจำเลยยังนำลูกโป่งที่มีภาพพิมพ์นั้นออกขายแก่ลูกค้าทั่วไป จำเลยจึงยังไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 31 และ 70 วรรคสอง
มาตราที่อ้างถึง
ป.วิ.อ. 227พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 4พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 6พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 8พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 31พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 70
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศในงานสร้างสรรค์ประเภทงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์Winnie the Pooh (วินนี่ เดอะ พูห์) ของบริษัทดิสนีย์เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์ จำกัด ผู้เสียหายซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยการนำลูกโป่งที่มีภาพตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ซึ่งได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายรวมจำนวน 4,435 ใบ ออกขายเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปอันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้า โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารูปหมีพูห์ดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายเจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดลูกโป่งดังกล่าวเป็นของกลาง เหตุเกิดที่แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 31,61, 70, 75 และ 76 ให้ลูกโป่งซึ่งมีรูปหมีพูห์ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามคำฟ้องดังกล่าวตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายค่าปรับแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เบื้องต้นว่าบริษัทดิสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์จำกัด (Disney Enterprises, Inc.) ผู้เสียหายซึ่งเดิมมีชื่อว่า บริษัทวอลต์ดีสนีย์ จำกัด (The Walt Disney Company) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภาคีในอนุสัญญากรุงเบอร์นว่าด้วยการคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การกำหนดรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงลงวันที่ 8 ธันวาคม 2540 ผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมภาพพิมพ์ตัวการ์ตูนรูปหมีพูห์ (Winnie thePooh) คือภาพดังต่อไปนี้ และได้นำสำเนางานศิลปกรรมดังกล่าวไปฝากไว้ (deposit) แก่สำนักงานลิขสิทธิ์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2536 จำเลยมีอาชีพขายลูกโป่ง โดยจำเลยซื้อลูกโป่งมาจากบุคคลอื่น แล้วนำมาบรรจุลงในแผงกระดาษเพื่อนำออกขายโดยใช้เครื่องหมายการค้าเป็นรูปช้างคือเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้จดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 49 ชนิดสินค้าเครื่องเล่นทุกชนิดและบรรดาสินค้าทั้งมวลซึ่งอยู่ในจำพวกนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532 ตามสำเนาหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนเลขที่ 137722 เอกสารหมาย ล.1 แผงกระดาษแผงหนึ่งจะบรรจุลูกโป่งจำนวน 20 ใบ ซึ่งบางแผงจะมีลูกโป่งที่มีภาพการ์ตูนรูปหมีพูห์ ที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศของบริษัทดิสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์เซส อิงค์ จำกัด ผู้เสียหายจำนวนประมาณ2 ถึง 4 ใบ ตามพยานวัตถุหมาย ว.ล.1 และ ว.จ.1 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่โดยโจทก์อุทธรณ์ในทำนองว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดเพราะจำเลยย่อมรู้ว่าการมีลูกโป่งเป็นภาพหมีพูห์บนลูกโป่งนี้จะต้องเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่นและไม่จำเป็นต้องมีการโฆษณาให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายแต่อย่างใด มิฉะนั้นแล้วสินค้าที่ออกใหม่ ๆ จะไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์กันได้ เพราะผู้ขายไม่มีทางจะรู้เลยว่าสินค้าชนิดนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น การที่จำเลยอ้างว่าไม่รู้ว่างานดังกล่าวเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายย่อมฟังไม่ขึ้นนั้น เห็นว่า งานภาพพิมพ์รูปหมีพูห์ของผู้เสียหายตามภาพดังต่อไปนี้ อันเป็นศิลปกรรมอยู่ในประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ผู้เสียหายสร้างสรรค์จินตนาการเป็นงานศิลปกรรมนั้น เป็นการสร้างสรรค์จินตนาการโดยวิจักขณ์จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัตว์โลกที่เรียกกันว่า "หมี" หรือภาษาอังกฤษว่า "BEAR" มาเป็นงานศิลปกรรมในรูปการ์ตูน สัตว์โลกที่เป็น "หมี" เป็นสัตว์ธรรมชาติที่มีชีวิตที่งดงามแปลกหูแปลกตาและแปลกไปจากสัตว์อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมมีปรัชญาศิลปะอยู่ในตัวบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อพบเห็นสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการในศิลปะในลักษณะต่าง ๆ กันได้การที่มีบุคคลสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนจากสัตว์โลกที่เป็นธรรมชาติจึงเกิดขึ้นได้ และเมื่อการสร้างสรรค์จินตนาการภาพการ์ตูนมีที่มาจากสัตว์ธรรมชาติอย่างเดียวกัน โดยการริเริ่มขึ้นเองของผู้สร้างสรรค์แต่ละคนงานศิลปกรรมดังกล่าวจึงอาจจะเหมือนหรือคล้ายกันได้โดยไม่จำต้องมีการลอกเลียนทำซ้ำกันหรือดัดแปลงงานของกันและกันแต่อย่างใดพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 วรรคสอง ไม่ได้ให้ความคุ้มครองแก่ความคิดในการสร้างสรรค์งาน การใช้ความคิดริเริ่มนำความสวยงามตามธรรมชาติของสัตว์โลกมาสร้างสรรค์จินตนาการเป็นภาพการ์ตูนจึงเป็นความคิดที่กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองเอาไว้เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการผูกขาดจินตนาก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง