ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2541

ฎีกาที่ 2023/2541

หลักกฎหมาย

ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติการพนันฯ ในคดีอื่นมาแล้ว 3 คดี ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าปรับตามที่ศาลลงโทษทุกคดีโดยมิได้อุทธรณ์ฎีกาคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้พ้นโทษในคดีที่ศาลได้ลงโทษปรับมาแล้ว แล้วมา กระทำผิดคดีนี้อีกซึ่งยัง ไม่พ้นกำหนด 3 ปี จึงเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ ได้ เมื่อขณะศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ คดีที่ศาลรอการลงโทษจำเลยไว้ก่อนคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุดโดยอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลชั้นต้นจึงยังไม่อาจนำโทษที่รอไว้ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 วรรคแรก

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันเล่นการพนันไพ่แปดเก้าพนันเอาทรัพย์สินกันโดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนัก จำเลยที่ 3เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ส่วนจำเลยนอกนั้นเข้าเล่น จำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 เคยต้องคำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังนี้จำเลยที่ 1 ฐานเล่นการพนันไพ่แปดเก้าคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 797/2538, 1299/2538, 1156/2539 และ 2389/2539 จำเลยที่ 2 ฐานเล่นการพนันไพ่แปดเก้าคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4058/2539 จำเลยที่ 4 ฐานเล่นการพนันไพ่แปดเก้าคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ 797/2538 และที่ 2389/2539 จำเลยที่ 5 ฐานเล่นการพนันไพ่แปดเก้าคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1156/2539 และที่ 2389/2539 ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษสำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 พ้นโทษไปยังไม่ครบกำหนด 3 ปี กลับมากระทำผิดตามพระราชบัญญัติการพนันในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 14 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 58 ให้ริบของกลาง ให้จ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 และนำโทษสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ศาลรอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4และที่ 5 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12(1), 14 ทวิ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 2,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 เป็นโทษทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2485 มาตรา 14 ทวิ เป็นเพิ่มโทษปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด6 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 เพิ่มโทษจำคุกคนละ 2 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 คนละ 2 เดือนและปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน และปรับ 2,500จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 เดือน และปรับ 2,500 บาทจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ1,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี จำเลยที่ 6 และที่ 7 คงปรับคนละ 1,000 บาทส่วนจำเลยที่ 1 ไม่รอการลงโทษและบวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539 รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 เดือนและปรับ 2,500 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางให้ริบ และให้จำเลยทั้งเจ็ดจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 มีว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1โดยเพิ่มโทษและนำโทษที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539ก่อนคดีนี้มาบวกกับโทษในคดีนี้เป็นการชอบหรือไม่กับมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว จากรายละเอียดประวัติอาชญากรท้ายฟ้องปรากฏว่า ก่อนคดีนี้จำเลยที่ 1 เคยกระทำผิดฐานเล่นการพนันมาแล้ว 4 คดี โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2538ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 500 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 797/2538 คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2538 ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,000บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1299/2538 คดีที่ 3 เมื่อวันที่22 เมษายน 2539 ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539 และคดีที่ 4 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2539 ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 2,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2389/2539 จำเลยที่ 1 ได้มากระทำความผิดคดีนี้เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2540 แม้จะอยู่ในระหว่างที่ศาลรอการลงโทษจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539 และคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอยู่ในระหว่างฎีกาตามที่จำเลยที่ 1 อ้างมาก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิซึ่งได้บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นโทษมาแล้วยังไม่ครบกำหนดสามปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีกให้เพิ่มโทษตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตาม(1) และ (2) แม้จะเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้เพราะคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1156/2539 ยังคงอยู่ในระยะเวลาระหว่างฎีกาดังที่จำเลยที่ 1 อ้างมาก็ตาม แต่ปรากฏว่าทั้งก่อนและหลังคดีที่จำเลยที่ 1 อ้างดังกล่าวจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2541 · ทนอย Thanoy