คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545
ฎีกาที่ 2032/2545
หลักกฎหมาย
จำเลยมีหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานอยู่ 2 กรณี คือ เลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานทั่วไปซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีถัดไปและเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานที่พ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากเป็นพนักงานของจำเลยเพราะเกษียณอายุเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ครบเกษียณอายุ โดยมิได้มีการชำระเงินจริงเพียงแต่ให้นำไปใช้ในการคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น โจทก์ลาออกจากงานก่อนครบกำหนดเกษียณอายุและพ้นจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2543 โจทก์จึงพ้นจากการเป็นพนักงานของจำเลยก่อนที่จะมีการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี 2544จึงไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี 2544
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ในคดีสำนวนหลังเป็นโจทก์ที่ 117 และที่ 118 ตามลำดับ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้จำเลยเลื่อนขั้นเงินเดือนแก่โจทก์ทั้งหมดคนละหนึ่งขั้นโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2543 หรือให้มีผลการเลื่อนขั้นเงินเดือนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งหมดไม่มีสิทธิได้เลื่อนขั้นเงินเดือนตามระเบียบของโจทก์คดีขาดอายุความทำให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาคู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงขอสละประเด็นเรื่องอายุความและแถลงรับข้อเท็จจริงกันโดยต่างไม่ติดใจสืบพยานว่า จำเลยมีระเบียบเกี่ยวกับการเกษียณอายุกำหนดให้พนักงานเกษียณอายุเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ และมีหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงาน 2 กรณี คือ การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานทั่วไป ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1มกราคม ของปีถัดไป ตามคำสั่งที่ 15/2537 เอกสารหมาย ล.2 กรณีหนึ่ง กับการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ของปีที่พนักงานผู้นั้นครบเกษียณอายุตามคำสั่งที่ 47/2523 เอกสารหมายเลข ล.1 อีกกรณีหนึ่งพนักงานที่เกษียณอายุจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามคำสั่งที่ 47/2523 จำเลยเคยจัดให้มีโครงการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดเกษียณอายุมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2537 ตามเอกสารหมาย ล.3 ครั้งที่สองเมื่อปี 2541 ตามเอกสารหมาย ล.4 และคณะกรรมการธนาคารจำเลยเคยมีมติไม่อนุมัติเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ให้แก่พนักงานที่ลาออกจากงานตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดประจำปี 2541 ตามเอกสารหมาย ล.5 ต่อมาปี 2543 จำเลยได้จัดให้มีโครงการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดเกษียณอายุขึ้นอีก ตามคำสั่งที่ 67/2543 เรื่องการลาออกจากงานตามโครงการร่วมใจจากองค์กร เอกสารหมาย ล.7 โจทก์ทั้งหมดเคยเป็นพนักงานของจำเลยได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว พ้นจากการเป็นพนักงานของจำเลยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2543 ด้วย การลาออกและได้รับสิทธิประโยชน์ตามโครงการไปแล้ว โดยไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนจากจำเลยทั้งกรณีการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานทั่วไปและการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยสิบแปดโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 17 ที่ 71 กับที่ 89ไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่อาจนำหลักเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานตามคำสั่งจำเลยที่ 15/2537 และคำสั่งที่ 47/2523 มาใช้แก่กรณีของโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยสิบแปดได้ โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยสิบแปด โดยโจทก์ที่ 17 ที่ 71 และที่ 89 มิได้อุทธรณ์ในประเด็นเรื่องตนไม่มีอำนาจฟ้องมาด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 17 ที่ 71 และที่ 89 จึงไม่อาจทำให้ผลของคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเปลี่ยนไป ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์อื่นว่า จำเลยต้องพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตามคำสั่งที่ 15/2537 ให้โจทก์ดังกล่าว เพราะเป็นสิทธิประโยชน์อื่นที่พนักงานพึงจะได้รับตามระเบียบการและคำสั่งจำเลยระบุไว้ในคำสั่งที่ 67/2543 เรื่องการออกจากงานตามโครงการร่วมใจจากองค์กรเอกสารหมาย ล.7 ข้อ 2.5หรือไม่ เห็นว่า นอกจากคู่ความจะแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าจำเลยมีหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานอยู่ 2 กรณี คือ การเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานทั่วไปตามคำสั่งที่ 15/2537 เอกสารหมาย ล.2 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีถัดไปกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานในปีที่ครบเกษียณอายุ ตามคำสั่งที่ 47/2523 เอกสารหมาย ล.1 ซึ่งระบุว่าเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่พนักงานที่พ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากการเป็นพนักงานของจำเลยเพราะเกษียณอายุเป็นกรณีพิเศษที่ให้มีผลในวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ครบเกษียณอายุ เพื่อนำไปใช้ในการคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้น โดยไม่มีการจ่ายเงินเดือนที่เพิ่มให้จริง อันแสดงว่าตามปกติพนักงานที่พ้นจากตำแหน่งไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานทั่วไป ตามคำสั่งที่ 15/2537 จึงได้มีคำสั่งที่ 47/2523เพื่อให้สามารถเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่พนักงานที่พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุได้เป็นกรณีพิเศษ โดยให้นำไปใช้ในการคำนวณบำเหน็จหรือบำนาญเท่านั้นและไม่มีการจ่ายเงินเดือนที่เพิ่มให้จริง ซึ่งไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ที่จะใช้บังคับแก่กรณีการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดเกษียณอายุของพนักงานได้และในคำสั่งที่ 15/2537 ก็กล่าวไว้ในข้อ 3ว่า "ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนปีละหนึ่งครั
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง