คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 2049/2559
หลักกฎหมาย
จำเลยมีนักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการเบิกความว่า จำเลยจัดทำประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดมูลค่าสุราที่ทำในราชอาณาจักร เพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2546 และประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักร เมื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี พ.ศ.2552 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 โดยจำเลยดำเนินการศึกษากำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีสุราทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในตลาดสุราชนิดเบียร์ ผลการศึกษาปรากฏว่าวิธี Equal Ex - Factory Price เป็นวิธีการคำนวณหาราคาขาย ณ โรงงานสุราเพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีสุราที่เหมาะสมที่สุด ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและเสริมสร้างยุทธศาสตร์ในการแข่งขันในระหว่างผู้รับใบอนุญาตทำสุราประเภทเบียร์ด้วยกันและเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค การแบ่งเบียร์เป็น 3 ระดับ เป็นการพิจารณาจากเป้าหมายทางการตลาดและการจัดวางตำแหน่งทางการตลาดของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายกำหนดเอง และความแตกต่างของราคาแต่ละระดับ เป็นไปตามข้อเท็จจริงในท้องตลาด จำเลยมิได้กำหนดราคาขาย ณ โรงงานสุราตามอำเภอใจ และสำหรับเบียร์สด มีวิธีการจำหน่ายแตกต่างจากเบียร์บรรจุขวดหรือกระป๋องที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เพราะเบียร์สด (ถัง) ต้องจำหน่ายเฉพาะที่ เนื่องจากต้องมีอุปกรณ์หัวจ่าย อีกทั้งมูลค่าเบียร์สดจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ เช่น ร้านอาหาร หรือสถานเริงรมย์ ในการศึกษาหลักเกณฑ์จึงมิได้มีการนำเบียร์สดเข้าจัดกลุ่มหรือระดับ โจทก์มิได้โต้แย้งว่า หลักเกณฑ์การคิดคำนวณตามประกาศกรมสรรพสามิตดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยโจทก์คงกล่าวอ้างแต่เพียงว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายจากการจำหน่ายเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์ของโจทก์ และเตรียมรองรับภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ถดถอยอันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์ทางการเงินของโลก โจทก์จึงมีนโยบายปรับลดกำไรจากการขายเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์ ณ โรงงานของโจทก์ลง หากจำเลยประกาศกำหนดราคาขาย ณ โรงงานใหม่ตามที่โจทก์แจ้ง จะทำให้ราคาขายส่งและขายปลีกลดลงได้ต่อไป โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นได้ว่าหากปรับลดราคาเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์ ณ โรงงานของโจทก์ลงแล้ว จะมีความสัมพันธ์กับการลดลงของราคาขายเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ข้ออ้างของโจทก์ยังขัดแย้งกับพยานโจทก์ว่าราคาขายปลีกเป็นเรื่องของผู้บริโภคแต่ละรายจะเป็นผู้กำหนดเอง และข้ออ้างโจทก์ยังขัดแย้งกับหนังสือของโจทก์ เรื่อง การปรับราคาขาย ณ โรงงานสุราแช่ ชนิดเบียร์ ชื่อสิงห์ โดยราคาขายปลีกผู้บริโภคไม่มีส่วนสัมพันธ์กับราคาขาย ณ โรงงาน และข้ออ้างของโจทก์ในการประหยัดต่อขนาดหนึ่งพันล้านลิตร โจทก์ก็ไม่นำสืบให้เห็นว่าการประหยัดต่อขนาดทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างไร หรือโจทก์สามารถบริหารการจัดซื้อวัตถุดิบและควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพอย่างไร โจทก์จึงปราศจากพยานหลักฐานและเหตุผลให้รับฟังได้ว่า ราคาขายของเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์ ณ โรงงานสุราของโจทก์ที่จะปรับลดนั้น เป็นราคาขาย ณ โรงงานสุราในตลาดปกติตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 8 จัตวา (1) วรรคสาม
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าภาษี 1,042,477,921.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป และชำระค่าภาษีที่โจทก์ต้องชำระให้แก่จำเลยมากกว่าที่ต้องเสียจากยอดขายเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศของจำเลยและจำเลยประกาศกำหนดมูลค่าของสุราหรือจำเลยรับราคาตามที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 332,782,605.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 และชำระค่าเสียหายวันละ 1,109,275.35 บาท จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศของจำเลยและจำเลยประกาศกำหนดมูลค่าของสุราหรือจำเลยรับราคาตามที่โจทก์ขอ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสุราแช่ชนิดเบียร์ มีบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโจทก์โดยถือหุ้น 18,605,513 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.99 ของหุ้นทั้งหมด และบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด โดยถือหุ้น 25,150,213 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.99 บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเป็นผู้ทำเบียร์เพื่อจำหน่าย และได้รับอนุญาตให้ผลิตเบียร์ชื่อสิงห์หรือที่เรียกว่าเบียร์สิงห์ออกจำหน่าย เมื่อโจทก์จดทะเบียนตั้งบริษัทแล้ว บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้โอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่ได้รับอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้ผลิตจำหน่ายเบียร์ 21 สิงหาคม 2546 จำเลยออกประกาศ เรื่อง กำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ประกาศราคาขายเบียร์ที่ผลิตจากโรงงานเบียร์ในทุกชื่อที่ผลิตในขณะนั้น โดยจำเลยอ้างพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2593 มาตรา 8 จัตวา (1) วรรคสาม โดยในส่วนของเบียร์สิงห์ ดีกรี 4.9 จำเลยกำหนด ขนาดภาชนะบรรจุ (ขวด) 0.63 ลิตร (ขวด) และ 0.33 ลิตร (กระป๋อง) ราคาขาย ณ โรงงาน (บาท/ภาชนะ) 36.95 บาท 21.38 บาท และ 21.38 บาท ตามลำดับ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551 โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบว่าโจทก์จะปรับลดกำไรจากการขายเบียร์สิงห์ ณ โรงงานของโจทก์ลงจากเดิมที่ร้อยละ 13.62 ถึง 27.72 ของราคาขาย ณ โรงงาน ลงมาเป็นร้อยละ 3.18 ถึง 22.25 ของราคาขาย ณ โรงงาน ประกอบกับการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากโจทก์ทำการผลิตเบียร์ได้เพิ่มขึ้นจนถึงหนึ่งพันล้านลิตรต่อปี ทำให้โจทก์สามารถกำหนดราคาขาย ณ โรงงานของเบียร์สิงห์และเบียร์สดสิงห์ลดต่ำลงและโจทก์ควรต้องเสียภาษีลดลง จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์ว่า "เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิตโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศกำหนดมูลค่าของสุราแช่ชนิดเบียร์บรรจุขวดและกระป๋องที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 8 จัตวา (1) วรรคสาม โดยแบ่งเบียร์ออกเป็นกลุ่มและกำหนดให้แต่ละกลุ่มมีมูลค่าในการคำนวณภาษีเท่ากัน ซึ่งเบียร์สิงห์ แรงแอลกอฮอล์ 5 ดีกรี ยังคงอยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระภาษีสุราจากฐานราคาขาย ณ โรงงานสุรา ในขนาดบรรจุ (ขวด) 0.63 ลิตร (ขวด) 0.33 ลิตร และ (กระป๋อง) 0.33 ลิตร ภาชนะละ 36.95 บาท 21.38 บาท และ 21.38 บาท ตามลำดับ กรณีเบียร์สดขนาดบรรจุ (ถัง) 30 ลิตร และ 50 ลิตร ให้ส่งรายละเอียดประกอบการคำนวณต้นทุนการทำสุรา เช่น วิธีการคำนวณต้นทุน วัตถุดิบ วิธีการคำนวณค่าแรงงานทางตรง ค่าใช้จ่ายการผลิต ค่าน้ำ ค่าไฟ พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมแจ้งราคาขายปลีก เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาราคาขาย ณ โรงงานสุรา ให้กรมสรรพสามิตโดยด่วน" วันที่ 12 มกราคม 2552 โจทก์ทำหนังสืออุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของจำเลยไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและจำเลยว่า เมื่อราคาขาย ณ โรงงานสุราในตลาดปกติของเบียร์สิงห์ได้เปลี่ยนไปตามที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยไม่นำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่ออนุมัติออกประกาศกำหนดราคาขาย ณ โรงงานสุรา จำเลยไม่มีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งตามหนังสือที่แจ้งโจทก์ว่า ให้ถือราคาตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดมูลค่าของสุราที่ทำในราชอาณาจักรเพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2546 และประกาศกรมสรรพสามิตฉบับดังกล่าวมิได้กำหนดราคาขาย ณ โรงงานสุราในตลาดปกติ วันที่ 12 มกราคม 2552 โจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยเกี่ยวกับรายละเอียดการคำนวณต้นทุนการผลิตเบียร์สดสิงห์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2552 จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์ว่า สุราแช่ชนิดเบียร์ ชื่อสิงห์ แรงแอลกอฮอล์ 5 ดีกรี ใช้กรรมวิธีการผลิต รูปแบบฉลากและภาชนะบรรจุสุราเหมือนกับเบียร์สิงห์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายอยู่เดิมและมีราคาขายปลีกอยู่ในระด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง