คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2552
ฎีกาที่ 2090/2552
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการยึดเครื่องถ่ายเอกสารที่เช่าซื้อคืนเมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้วเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเพราะจำเลยยังคงใช้เครื่องถ่ายเอกสารของโจทก์ต่อไป โจทก์จึงคิดค่าเสียหายจากการเสื่อมราคา เงินค่าเสียหายในส่วนนี้เกิดขึ้นหลังจากสัญญาเช่าซื้อได้เลิกกันแล้ว กรณีไม่ต้องด้วยอายุความ 6 เดือน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม มาตรา 193/30
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องถ่ายเอกสาร จำนวน 1 เครื่อง จากโจทก์ ในราคา 176,000 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาจำนวน 22,000 บาท ส่วนที่เหลือจำนวน 154,000 บาท ตกลงผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ 14,000 บาท รวม 11 งวด โดยชำระทุกวันที่ 14 ของเดือน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 14 สิงหาคม 2541 มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 3 ซึ่งต้องชำระในวันที่ 14 ตุลาคม 2541 สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกัน แต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบเครื่องถ่ายเอกสารคืนซึ่งหากจำเลยที่ 1 ส่งคืน โจทก์สามารถนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าอย่างน้อยเดือนละ 7,000 บาท นับตั้งแต่วันผิดนัดถึงวันที่โจทก์ยึดเครื่องถ่ายเอกสารคืน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2542 เป็นเวลา 10 เดือน เป็นเงิน 70,000 บาท และเมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกันจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ส่งมอบเครื่องถ่ายเอกสารคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้งานได้ดี แต่จำเลยที่ 1 ยังครอบครองใช้เครื่องถ่ายเอกสารต่อไปอีกอย่างหนักจนเกินอัตรากำลังของเครื่องและไม่บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทำให้เครื่องถ่ายเอกสารทรุดโทรมเสื่อมสภาพซึ่งขณะยึดคืนเครื่องถ่ายเอกสารดังกล่าวมีมูลค่าเพียง 10,000 บาท โจทก์คิดค่าเสื่อมราคา 110,000 บาท รวมค่าเสียหายเป็นเงิน 180,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 180,000 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องถ่ายเอกสารจากโจทก์จริง ซึ่งโจทก์ได้ออกรับประกันสินค้าให้จำเลยที่ 1 ว่า หากเครื่องถ่ายเอกสารที่เช่าซื้อชำรุดบกพร่องใช้การไม่ได้โจทก์ต้องทำการซ่อมแซมแก้ไข หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อได้เพียง 2 เดือน เครื่องถ่ายเอกสารชำรุดไม่สามารถใช้การได้ จำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ซ่อมแซมแก้ไข แต่โจทก์เพิกเฉย ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่สามารถรับจ้างถ่ายเอกสารได้ การที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์จึงไม่เป็นการผิดสัญญา ค่าเสื่อมราคาที่โจทก์เรียกร้องเป็นเงิอน 110,000 บาท เป็นการเรียกร้องเกินกว่าความเป็นจริงและขาดอายุความหกเดือน นับแต่โจทก์รับเครื่องถ่ายเอกสารคืนจากจำเลยที่ 1 แล้วส่วนค่าขาดประโยชน์เดือนละ 7,000 บาท นั้น โจทก์ไม่อาจเรียกร้องเอาจากจำเลยทั้งสองได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,000 บาท แก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง โจทก์ฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจิงว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อมิต้ารุ่นดีซี 4060 ไปจากโจทก์ 1 เครื่อง ราคา 176,000 บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา 22,000 บาท ส่วนที่เหลือจำนวน 154,000 บาท ตกลงผ่อนชำระ 11 งวด งวดละ 14,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 14 สิงหาคม 2541 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 14 ของเดือนจนกว่าจะครบ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 ภายหลังทำสัญญา จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 3 ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2541 เป็นต้นมา สัญญาเช่าซื้อจึงเลิกกันตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 11 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมส่งมอบเครื่องถ่ายเอกสารคืนแก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2542 โจทก์ยึดเครื่องถ่ายเอกสารคืนได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสื่อมราคาเครื่องถ่ายเอกสารที่เช่าซื้อขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ค่าเสื่อมราคาหรือความเสียหายอันเกี่ยวกับความชำรุดบกพร่องของทรัพย์ที่เช่าซื้อที่โจทก์เรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ 1 เป็นค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 จงใจกระทำขึ้นภายหลังจากที่สัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้วเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2541 มิใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างอายุสัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 562 และมาตรา 563 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ค่าเสียหายดังกล่าวจึงมีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 นั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายค่าเสียหายในส่วนนี้ว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน จำเลยที่ 1 ยังใช้เครื่องถ่ายเอกสารของโจทก์ต่อไปอย่างหนักจนเกินอัตรากำลังของเครื่องถ่ายเอกสารและไม่บำรุงรักษาให้อยู่ในส
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง