คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 2104/2534
หลักกฎหมาย
คำสั่งของจำเลยกำหนดว่า พนักงานของจำเลยต้องชำระค่าระวางสิ่งของที่นำไปกับขบวนรถเสียก่อนแล้วไปขอเบิกคืนทีหลัง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้นำสิ่งของขึ้นไปกับขบวนรถเกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางในแต่ละเดือนเป็นน้ำหนักเท่าใดเพราะค่าระวางส่วนที่เกินนี้ไม่สามารถเบิกคืนได้การที่โจทก์นำสิ่งของน้ำหนัก 34 กิโลกรัม ขึ้นไปกับขบวนรถโดยมิเสียค่าระวาง ย่อมทำให้จำเลยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโจทก์ได้นำสิ่งของขึ้นไปกับขบวนรถเกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางในแต่ละเดือนเท่าใด จำเลยจึงเสียหายต้องขาดรายได้จากค่าระวางในส่วนที่เกินกำหนดให้ได้รับยกเว้น ส่วนโจทก์ย่อมได้รับประโยชน์ไม่ต้องเสียค่าระวางในส่วนที่เกินกำหนดดังกล่าว การกระทำของโจทก์เป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมและให้จำเลยจ่ายค่าจ้างนับแต่วันเลิกจ้างถึงวันฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คำสั่งของจำเลยระบุว่า 2. พนักงานที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางสำหรับสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีผู้ส่งมาให้หรือนำมาด้วยตนเองให้ถือตามจำนวนน้ำหนัก ดังนี้ 2.1 พนักงานที่มีตำแหน่งตั้งแต่ชั้นประจำแผนกหรือเทียบเท่าลงมาอนุญาตให้เดือนหนึ่งไม่เกิน 200 กิโลกรัม ถ้าเกินกว่านี้ต้องเสียค่าระวางตามจำนวนน้ำหนักที่เกินอัตรา ฯลฯ 4. พนักงานที่มีตำแหน่งตั้งแต่ขึ้นหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าขึ้นไปอนุญาตให้ลงบัญชีค่าระวางเป็นเงินค้างไว้ก่อนได้ ส่วนพนักงานที่มีตำแหน่งตั้งแต่ชั้นประจำแผนกหรือเทียบเท่าลงมาจะต้องชำระค่าระวางเป็นเงินสดแล้วขอเบิกคืนตามจำนวนน้ำหนักที่ได้รับอนุมัติให้ยกเว้น เห็นว่า การที่คำสั่งฉบับนี้กำหนดว่า พนักงานของจำเลยต้องชำระค่าระวางสิ่งของที่นาไปกับขบวนรถเสียก่อนแล้วไปขอเบิกคืนทีหลังนั้น ก็เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้นำสิ่งของขึ้นไปกับขบวนรถเกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางในแต่ละเดือนเป็นน้ำหนักเท่าใด เพราะค่าระวางส่วนที่เกินนี้ไม่สามารถเบิกคืนได้ การที่โจทก์นำสิ่งของน้ำหนัก 34 กิโลกรัมขึ้นไปกับขบวนรถโดยมิได้เสียค่าระวาง ย่อมทำให้จำเลยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโจทก์ได้นำสิ่งของขึ้นไปกับขบวนรถเกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางในแต่ละเดือนเท่าใดจำเลยจึงเสียหายต้องขาดรายได้จากค่าระวางในส่วนที่เกินกำหนดให้ได้รับยกเว้น ส่วนโจทก์ย่อมได้รับประโยชน์ไม่ต้องเสียค่าระวางในส่วนที่เกินกำหนดดังกล่าว การกระทำของโจทก์จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยจึงมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ พิพากษายืน.
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง