คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 2114/2544
หลักกฎหมาย
สินค้าที่ขนส่งโดยเรือเดินทะเลมาถึงโกดังของบริษัท อ. ผู้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 แต่ยังต้องตรวจสอบสินค้าครบจำนวน และความเรียบร้อยว่ามีความสูญหายหรือบุบสลายหรือไม่ที่จะต้องปฏิบัติเป็นขั้นตอนต่อไปอีกด้วยอันเป็นปกติทางการค้าในการรับมอบสินค้า ดังนี้ ตราบใดที่ผู้รับสินค้ายังตรวจสอบสินค้าไม่เสร็จสิ้น จะถือว่าได้มีการส่งมอบหรือควรจะได้ส่งมอบสินค้าแล้วหาได้ไม่ เมื่อบริษัท อ. ตรวจสอบและรับมอบสินค้าเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2538 อายุความฟ้องร้องผู้ขนส่งให้รับผิดในกรณีที่สินค้าสูญหายหรือบุบสลายจึงต้องเริ่มนับแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป โจทก์ซึ่งรับช่วงสิทธิจากบริษัท อ. ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2539 ยังไม่พ้น 1 ปีจึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 624
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2538 บริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีลจำกัด ได้เอาประกันภัยแผ่นเหล็กม้วนจำนวน 150 ม้วน น้ำหนักรวม1,187,420 เมตริกตัน ที่จะมีการขนส่งทางทะเลโดยเรือเดินทะเลชื่อโพเรอจากประเทศสาธาณรัฐเกาหลีใต้มายังประเทศไทยไว้กับโจทก์ในวงเงินประกัน 16,058,321 บาท มีข้อตกลงว่าหากสินค้าที่ขนส่งมาประสบวินาศภัยหรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด โจทก์จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อเรือโพเรอเดินทางมาถึงประเทศไทย ผู้เอาประกันภัยได้ว่าจ้างจำเลยให้ทำการขนถ่ายสินค้าดังกล่าวจากเรือโพเรอและขนส่งไปเก็บไว้ที่โกดังของผู้เอาประกันภัยจำเลยดำเนินการขนส่งสินค้าเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538วันรุ่งขึ้นโจทก์ได้มอบหมายให้บริษัทยูไนเต็ด เซอเวเยอร์ส แอนด์แอดจัสเตอร์ส จำกัด ทำการสำรวจความเสียหายของสินค้าก่อนส่งมอบแก่ผู้เอาประกันภัยจากการสำรวจพบว่าสินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่งของจำเลยจำนวน 12 ม้วน น้ำหนัก 62,740กิโลกรัม โจทก์และผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้จำเลยชำระค่าเสียหายแต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปเป็นเงิน 882,263.45 บาท และรับมอบสินค้าที่ได้รับความเสียหายมา โจทก์ได้ขายสินค้าดังกล่าวไปเป็นเงิน 442,317บาท เมื่อนำมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ได้ชำระไปคงเหลือค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดจำนวน 439,946.45 บาทขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 439,946.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2538 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ผู้เอาประกันภัยมิได้ว่าจ้างจำเลยให้ทำการขนส่งสินค้ารายพิพาท จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งความเสียหายของสินค้ารายพิพาทเกิดขึ้นในเรือโพเรอก่อนที่จะทำการขนถ่ายลงเรือลำเลียง โจทก์ได้รับความเสียหายไม่เกิน150,000 บาท การขนย้ายสิ้นสุดตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2538แต่โจทก์ฟ้องคดีวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2539 ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 470,192.45บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน439,946.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 624 บัญญัติว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบหรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบเว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า เมื่อเรือเดินทะเลชื่อโพเรอขนส่งแผ่นเหล็กม้วนจำนวน 150 ม้วน ซึ่งเป็นของที่บริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีลจำกัด เอาประกันภัยไว้กับโจทก์มาถึงประเทศไทย มีการขนถ่ายสินค้าดังกล่าวจากเรือเดินทะเลชื่อโพเรอไปส่งยังโกดังของบริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีล จำกัด ที่ถนนสุขสวัสดิ์ เขตราษฎร์บูรณะกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 ในวันรุ่งขึ้นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2538 บริษัทยูไนเต็ด เซอเวย์เยอร์ส แอนด์แอดจัสเตอร์ส จำกัด ทำการสำรวจแผ่นเหล็กม้วนดังกล่าวพบว่าม้วนเหล็กบุบยุบจำนวน 12 ม้วน จึงแจ้งความเสียหายให้โจทก์ทราบในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2538 นั้นเอง ดังนั้น จะถือตามที่จำเลยอ้างว่าได้มีการส่งมอบสินค้าให้แก่บริษัทเอ็ม.เอช.เค.สตีล จำกัด ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 โดยต้องเริ่มนับอายุความใช้สิทธิเรียกร้องนับแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538เป็นต้นไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การขนส่งสินค้ารายพิพาทจะมาถึงยังโกดังของบริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีล จำกัด ผู้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2538 ก็ตาม แต่ก็ยังมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติต่อไปคือการตรวจสอบสินค้าครบจำนวน ตลอดจนความเรียบร้อยของสินค้าว่ามีความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดหรือไม่อีกด้วย อันถือว่าเป็นการกระทำปกติทางการค้าในการรับมอบสินค้าที่มีการว่าจ้างให้ขนส่งมา ดังนี้ ตราบใดที่ผู้รับสินค้ายังตรวจสอบสินค้าเพื่อรับมอบสินค้าไม่เสร็จสิ้น จะถือว่าได้มีการส่งมอบหรือควรจะได้ส่งมอบสินค้าแล้วหาได้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บริษัทเอ็น.เอช.เค.สตีล จำกัด ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบและรับมอบสินค้าเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2538 อายุความฟ้องร้องผู้ขนส่งให้รับผิดในกรณีที่ของสูญหายหรือบุบสลายจึงต้องเริ่มนับแต่วันตรวจสอบและรับมอบสินค้าเสร็จสิ้นดังกล่าวเป็นต้นไป โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2539 ยังไม่พ้นกำหน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง