คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 2156/2534
หลักกฎหมาย
หลังจากครบกำหนดเวลาก่อสร้างตามข้อตกลงหมาย ล.3จำเลยที่ 1 ยังก่อสร้างบ้านไม่เสร็จ แม้ว่าข้อตกลงตามเอกสารดังกล่าวจะกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ระบุให้สิทธิในการบอกเลิกสัญญา ทั้งโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำข้อตกลงหมาย ล.11 ให้จำเลยที่ 1 ทำการก่อสร้างต่อไป แสดงว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ต่างไม่ถือเอากำหนดเวลาในการก่อสร้างตาม ข้อตกลงเอกสารหมาย ล.3 เป็นข้อสำคัญ หากโจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างบ้านไม่ถูกแบบแปลนโจทก์ต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ลงมือก่อสร้างโดยกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้จำเลยที่ 1 แก้ไข ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่แก้ไข โจทก์จึงจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 ได้
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกจำเลยสำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ เรียกโจทก์สำนวนแรกและจำเลยที่ 1 สำนวนหลังว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 2 สำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2526โจทก์ได้มีหนังสือเสนอราคาก่อสร้างบ้านพักของจำเลยตามแบบแปลนการก่อสร้าง รวมราคาวัสดุ และค่าแรงงานเป็นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 2,000,000 บาท โดยกำหนดสร้างเสร็จภายใน 270 วันนับแต่วันลงมือก่อสร้าง แบ่งงวดการชำระเงินค่าจ้างก่อสร้างออกเป็น 6 งวด ปรากฏว่าจำเลยได้ตกลงอนุมัติให้โจทก์ทำการก่อสร้างบ้านพักจำเลยได้ตามข้อเสนอของโจทก์เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2526 โดยให้ทำการก่อสร้างบ้านพักลงบนที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 38025 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร นอกจากนี้จำเลยยังว่าจ้างให้โจทก์ทำการก่อสร้างต่อเติมรายการพิเศษนอกเหนือไปจากการตกลงก่อสร้างบ้านพักอีกรวม 35 รายการ คิดเป็นค่าก่อสร้าง 131,135 บาท โจทก์ได้ทำการก่อสร้างบ้านพักให้จำเลยตามขั้นตอน และได้เรียกเก็บเงินค่าจ้างก่อสร้างจากจำเลยมาแล้วรวม 4 งวด คือ งวดที่ 1 ถึงที่ 4 รวมเป็นเงิน 1,050,000 บาท โจทก์ได้ทำการก่อสร้างงานตามงวดที่ 5 แล้วเสร็จ แต่จำเลยยังไม่ได้ชำระเงินค่างวดจำนวน 450,000 บาท ให้แก่โจทก์ นอกจากนี้โจทก์ยังได้ทำงานในงวดที่ 6 ต่อมาอีก คิดเป็นเงินค่าจ้างจำนวน 200,000 บาทและโจทก์ได้ทำการก่อสร้างต่อเติมรายการพิเศษแล้วเสร็จทั้ง35 รายการ ซึ่งจำเลยจะต้องชำระเงินให้โจทก์อีก 131,135 บาทด้วย รวมเป็นเงิน 781,135 บาท โจทก์ยังคงก่อสร้างบ้านพักให้จำเลยต่อไปจนถึงขณะนี้ จำเลยจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2527 จนถึงวันฟ้อง คิดเป็นดอกเบี้ย 7,323 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น 788,458 บาท ขอให้จำเลยใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาตั้งแต่งวดที่ 5กล่าวคือ ยังทำงานไม่แล้วเสร็จตามงวด โจทก์ก็ขอเบิกค่าจ้างงวดที่ 5 โจทก์ทำผิดแบบแปลน จำเลยให้แก้ไขโจทก์ไม่ยอมแก้ไขและยังใช้วัสดุอุปกรณ์ผิดจากที่กำหนดไว้ในแบบแปลนรายการพิเศษที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยไม่ได้ว่าจ้างให้โจทก์ทำการก่อสร้างเลยมีเพียง 2-3 รายการเท่านั้นที่จำเลยอนุมัติให้ทำการก่อสร้างได้โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยได้เลยเพราะโจทก์ผิดสัญญา จำเลยได้ให้โจทก์แก้ไขงานที่ผิดแบบงวดที่ 5แต่โจทก์ไม่จัดการแก้ไข กลับละทิ้งงานและหยุดการก่อสร้างงวดที่ 6 จำเลยต้องจัดการแก้ไขงานงวดที่ 5 สิ้นเงินไป 184,200บาท จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าก่อสร้างงวดที่ 5 และที่ 6จำเลยได้จ่ายเงินให้โจทก์ไปแล้ว 4 งวดมากกว่าค่าของงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้ว สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2526โจทก์ได้จ้างจำเลยทั้งสองก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้โจทก์ตามใบเสนอราคาของจำเลยที่ 2 และตามแบบแปลนแผนผังที่โจทก์เป็นผู้กำหนดออกแบบ ในราคา 2,000,000 บาท กำหนดเวลาก่อสร้างให้เสร็จภายใน 270 วัน นับแต่วันลงมือทำการ จ่ายเงินตามงวดของงานรวม 6 งวด จำเลยทั้งสองได้เริ่มลงมือทำการก่อสร้างบ้านให้โจทก์เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2527 และได้รับชำระเงินค่างวดงานไปแล้ว 4 งวด เป็นเงิน 1,050,000 บาท ต่อมาระหว่างการก่อสร้างงานงวดที่ 5 นอกจากทำไม่เสร็จแล้วจำเลยยังทำผิดแบบแปลนแผนผัง14 รายการ โจทก์ได้ขอให้จำเลยแก้ไข จำเลยไม่ปฏิบัติตามโจทก์มีหนังสือแจ้งเตือนไปและบอกเลิกสัญญา โจทก์ได้จ้างบุคคลอื่นมาทำการแก้ไขสิ้นเงินไป 184,200 บาท ความเสียหายที่เกิดจากการเลิกสัญญาซึ่งเป็นงานงวดที่ 6 ยังต้องมีงานก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จตามโครงการ 13 รายการ โจทก์ต้องจ้างคนอื่นมาทำการก่อสร้างต่อในงวดที่ 6 จะต้องเสียค่าก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น 814,800 บาท เดิมจำเลยคิดราคางานในงวดที่ 6นี้เป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์จึงได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น314,800 บาท การที่โจทก์ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทันตามกำหนดสัญญานับแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2527 ทำให้โจทก์ขาดรายได้ รวมเป็นเงิน30,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 529,000 บาทขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา กล่าวคือการก่อสร้างในงวดที่ 5 แล้วเสร็จภายในเวลาตามข้อตกลง ปรากฏว่าโจทก์ไม่ยอมชำระค่าจ้างจำนวน 450,000 บาท แก่จำเลยที่ 1แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังคงก่อสร้างบ้านพักโจทก์ต่อไป นอกจากนั้นโจทก์ยังได้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ทำการก่อสร้างต่อเติมรายการพิเศษนอกเหนือไปจากข้อตกลงอีก รวม 35 รายการ คิดเป็นเงิน131,135 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ทำการต่อเติมให้โจทก์เสร็จเรียบร้อยตามที่ตกลงกันแล้ว โจทก์ก็เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมชำระค่าต่อเติมให้แก่จำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายงานงวดที่ 5 จำเลยที่ 1 ได้ก
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง